<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>
<rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	xmlns:georss="http://www.georss.org/georss" xmlns:geo="http://www.w3.org/2003/01/geo/wgs84_pos#" xmlns:media="http://search.yahoo.com/mrss/"
	>

<channel>
	<title>Duiduiplay's Weblog</title>
	<atom:link href="http://duiduiplay.wordpress.com/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>http://duiduiplay.wordpress.com</link>
	<description>Just another WordPress.com weblog</description>
	<lastBuildDate>Sat, 27 Aug 2011 15:17:33 +0000</lastBuildDate>
	<language>th</language>
	<sy:updatePeriod>hourly</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>1</sy:updateFrequency>
	<generator>http://wordpress.com/</generator>
<cloud domain='duiduiplay.wordpress.com' port='80' path='/?rsscloud=notify' registerProcedure='' protocol='http-post' />
<image>
		<url>http://s2.wp.com/i/buttonw-com.png</url>
		<title>Duiduiplay's Weblog</title>
		<link>http://duiduiplay.wordpress.com</link>
	</image>
	<atom:link rel="search" type="application/opensearchdescription+xml" href="http://duiduiplay.wordpress.com/osd.xml" title="Duiduiplay&#039;s Weblog" />
	<atom:link rel='hub' href='http://duiduiplay.wordpress.com/?pushpress=hub'/>
		<item>
		<title>แนวคิดทฤษฎีโยนมะม่วง</title>
		<link>http://duiduiplay.wordpress.com/2011/07/06/%e0%b9%81%e0%b8%99%e0%b8%a7%e0%b8%84%e0%b8%b4%e0%b8%94%e0%b8%97%e0%b8%a4%e0%b8%a9%e0%b8%8e%e0%b8%b5%e0%b9%82%e0%b8%a2%e0%b8%99%e0%b8%a1%e0%b8%b0%e0%b8%a1%e0%b9%88%e0%b8%a7%e0%b8%87/</link>
		<comments>http://duiduiplay.wordpress.com/2011/07/06/%e0%b9%81%e0%b8%99%e0%b8%a7%e0%b8%84%e0%b8%b4%e0%b8%94%e0%b8%97%e0%b8%a4%e0%b8%a9%e0%b8%8e%e0%b8%b5%e0%b9%82%e0%b8%a2%e0%b8%99%e0%b8%a1%e0%b8%b0%e0%b8%a1%e0%b9%88%e0%b8%a7%e0%b8%87/#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 06 Jul 2011 16:40:48 +0000</pubDate>
		<dc:creator>duiduiplay</dc:creator>
				<category><![CDATA[Uncategorized]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://duiduiplay.wordpress.com/?p=295</guid>
		<description><![CDATA[เพิ่งไม่นานมานี้ขณะที่เรานั่งถ่ายอยู่เราก็เกิดความคิดขึ้นมาว่า(เรื่องที่จะเล่าไม่ได้เกี่ยวกับการถ่ายแม้แต่น้อย)ถ้าเรามีที่ที่จะรวมแนวคิดของแต่ละคนไว้ได้ โดนที่ให้ใครก็ได้มาโยนความคิดของตัวเองเอาไว้เป็นความคิดที่ยังไม่ได้ทำ หรือ คิดว่ามันน่าจะเวิร์คแต่ชาตินี้คงไม่มีโอกาสได้ทำ หรือ คิดไว้แต่จบมันลงไม่ได้ดูท่าจะเป็นไปไม่ได้เอาซะเลย ที่ที่จะทำให้คนได้มาโยนความคิดของเค้าเอาไว้ที่ที่จะให้คนอื่นที่นั่งรอแรงบันดาลใจ มองหาแนวคิดที่เหมาะกับตนเอง หรือคนที่มีโอกาสมากกว่าจะสามารถหยิบจับเอาแนวคิด ที่คนเอามาโยนปล่อยเอาไว้ก็ไม่มีประโยชน์ไปทำ ให้เกิดประโยชน์ไม่ว่ากับตนเองหรือกับผู้อื่น ซึ่งแนวคิดที่เอามาโยนทิ้งเอาไว้ก็อาจจะมีแนวคิดเพิ่อสังคมเพื่อสิ่งแวดล้อม โลก หรือเพื่อตัวเองแต่คนอื่นแต่ดันมีประโยชน์กับคนอื่นก็จะเป็นอานิสงฆ์ต่อคนอื่นไป เราเองก็ไม่แน่ใจว่าสิ่งที่คิดขึ้นมานี้จะเวิร์คหรือไม่ ถ้ามันเกิดขึ้นจริงเพียงแต่เราก็นั่งคิดเอาว่า ถ้าเรากินมะม่วงหมด แล้วแค่โยนเม็ดมะม่วงไว้ที่รกร้างในสวนหลังบ้าน ถ้ามันดันเกิดต้นมะม่วงขึ้นมาก็ดีเราก็ได้เก็บกิน หรือถ้ามันเป็นต้นโน้มไปข้างบ้านเค้าจะสอยเอาไปกินก็ไม่ว่า ถ้าต้นใหญ่ขึ้นนก ค้างคาวจะกัดกินอึเป็นมูล หรือเอาเมล็ดมันติดปากไปตกหล่นที่อื่นกลายร่างเป็นมะม่วงในดินแดนอื่นก็แล้วแต่ให้ธรรมชาติจัดสรรค์ไป หรือถ้าเราเริ่มโยนมันออกไปในที่อื่นที่ไม่ได้เป็นที่ของเรา มันก็อาจจะเกิดผลที่เป็นประโยชน์ต่อคนอื่นหรือกับเพื่อนมนุษย์ที่ต้องการผลของมะม่วงนั้นก็เป็นได้ เราเลยคิดว่าน่าจะจัดทำเวปไซน์ขึ้นมา ซึ่งตอนนี้ก็ยังไม่รู้จะเรียกว่าอย่างไร อาจจะเป็น ไอเดียริสติค หรือ แมงโก้ทีออรี่ ก็เป็นได้ เพราะเราเชื่อว่าความคิดมันไม่หมดไปจากหัวคนเราหรอกเพียงแค่ทำอย่างไรให้มันงอกออกมาได้เท่านั้น ก็เราแค่เสียดายที่จะให้ความคิดที่เกิดขึ้นมามันลอยหายไป หรือไปอยู่ในรอยกลีบหยักสมองของเรานานวันก็ลืมไปแล้ว ไม่เป็นผลดีต่อใครในโลกทั้งสิ้น อ๋อคิดเพลินจนนั่งเสียนานลืมเลยว่าเราต้องลุกแล้ว ก็เราอึอยู่นี้ไม่ได้กินมะม่วงอยู่(จบแบบขอให้เกียวตรงหัวไว้หน่อย เพื่อจะมีเชิงในการเขียนบ้าง ฮ่า ฮ่า)<img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=duiduiplay.wordpress.com&amp;blog=4561391&amp;post=295&amp;subd=duiduiplay&amp;ref=&amp;feed=1" width="1" height="1" />]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>เพิ่งไม่นานมานี้ขณะที่เรานั่งถ่ายอยู่เราก็เกิดความคิดขึ้นมาว่า(เรื่องที่จะเล่าไม่ได้เกี่ยวกับการถ่ายแม้แต่น้อย)ถ้าเรามีที่ที่จะรวมแนวคิดของแต่ละคนไว้ได้ โดนที่ให้ใครก็ได้มาโยนความคิดของตัวเองเอาไว้เป็นความคิดที่ยังไม่ได้ทำ หรือ คิดว่ามันน่าจะเวิร์คแต่ชาตินี้คงไม่มีโอกาสได้ทำ หรือ คิดไว้แต่จบมันลงไม่ได้ดูท่าจะเป็นไปไม่ได้เอาซะเลย ที่ที่จะทำให้คนได้มาโยนความคิดของเค้าเอาไว้ที่ที่จะให้คนอื่นที่นั่งรอแรงบันดาลใจ มองหาแนวคิดที่เหมาะกับตนเอง หรือคนที่มีโอกาสมากกว่าจะสามารถหยิบจับเอาแนวคิด ที่คนเอามาโยนปล่อยเอาไว้ก็ไม่มีประโยชน์ไปทำ ให้เกิดประโยชน์ไม่ว่ากับตนเองหรือกับผู้อื่น ซึ่งแนวคิดที่เอามาโยนทิ้งเอาไว้ก็อาจจะมีแนวคิดเพิ่อสังคมเพื่อสิ่งแวดล้อม โลก หรือเพื่อตัวเองแต่คนอื่นแต่ดันมีประโยชน์กับคนอื่นก็จะเป็นอานิสงฆ์ต่อคนอื่นไป เราเองก็ไม่แน่ใจว่าสิ่งที่คิดขึ้นมานี้จะเวิร์คหรือไม่ ถ้ามันเกิดขึ้นจริงเพียงแต่เราก็นั่งคิดเอาว่า ถ้าเรากินมะม่วงหมด แล้วแค่โยนเม็ดมะม่วงไว้ที่รกร้างในสวนหลังบ้าน ถ้ามันดันเกิดต้นมะม่วงขึ้นมาก็ดีเราก็ได้เก็บกิน หรือถ้ามันเป็นต้นโน้มไปข้างบ้านเค้าจะสอยเอาไปกินก็ไม่ว่า ถ้าต้นใหญ่ขึ้นนก ค้างคาวจะกัดกินอึเป็นมูล หรือเอาเมล็ดมันติดปากไปตกหล่นที่อื่นกลายร่างเป็นมะม่วงในดินแดนอื่นก็แล้วแต่ให้ธรรมชาติจัดสรรค์ไป หรือถ้าเราเริ่มโยนมันออกไปในที่อื่นที่ไม่ได้เป็นที่ของเรา มันก็อาจจะเกิดผลที่เป็นประโยชน์ต่อคนอื่นหรือกับเพื่อนมนุษย์ที่ต้องการผลของมะม่วงนั้นก็เป็นได้ เราเลยคิดว่าน่าจะจัดทำเวปไซน์ขึ้นมา ซึ่งตอนนี้ก็ยังไม่รู้จะเรียกว่าอย่างไร อาจจะเป็น ไอเดียริสติค หรือ แมงโก้ทีออรี่ ก็เป็นได้ เพราะเราเชื่อว่าความคิดมันไม่หมดไปจากหัวคนเราหรอกเพียงแค่ทำอย่างไรให้มันงอกออกมาได้เท่านั้น ก็เราแค่เสียดายที่จะให้ความคิดที่เกิดขึ้นมามันลอยหายไป หรือไปอยู่ในรอยกลีบหยักสมองของเรานานวันก็ลืมไปแล้ว ไม่เป็นผลดีต่อใครในโลกทั้งสิ้น อ๋อคิดเพลินจนนั่งเสียนานลืมเลยว่าเราต้องลุกแล้ว ก็เราอึอยู่นี้ไม่ได้กินมะม่วงอยู่(จบแบบขอให้เกียวตรงหัวไว้หน่อย เพื่อจะมีเชิงในการเขียนบ้าง ฮ่า ฮ่า)</p>
<br />  <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gocomments/duiduiplay.wordpress.com/295/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/comments/duiduiplay.wordpress.com/295/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/godelicious/duiduiplay.wordpress.com/295/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/delicious/duiduiplay.wordpress.com/295/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gofacebook/duiduiplay.wordpress.com/295/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/facebook/duiduiplay.wordpress.com/295/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gotwitter/duiduiplay.wordpress.com/295/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/twitter/duiduiplay.wordpress.com/295/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gostumble/duiduiplay.wordpress.com/295/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/stumble/duiduiplay.wordpress.com/295/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/godigg/duiduiplay.wordpress.com/295/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/digg/duiduiplay.wordpress.com/295/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/goreddit/duiduiplay.wordpress.com/295/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/reddit/duiduiplay.wordpress.com/295/" /></a> <img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=duiduiplay.wordpress.com&amp;blog=4561391&amp;post=295&amp;subd=duiduiplay&amp;ref=&amp;feed=1" width="1" height="1" />]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://duiduiplay.wordpress.com/2011/07/06/%e0%b9%81%e0%b8%99%e0%b8%a7%e0%b8%84%e0%b8%b4%e0%b8%94%e0%b8%97%e0%b8%a4%e0%b8%a9%e0%b8%8e%e0%b8%b5%e0%b9%82%e0%b8%a2%e0%b8%99%e0%b8%a1%e0%b8%b0%e0%b8%a1%e0%b9%88%e0%b8%a7%e0%b8%87/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
	
		<media:content url="http://0.gravatar.com/avatar/ea4a34a9e3bb98326aa877f6af59a979?s=96&#38;d=identicon&#38;r=G" medium="image">
			<media:title type="html">duiduiplay</media:title>
		</media:content>
	</item>
		<item>
		<title>ผู้ชายที่น่ากอดที่สุดในโลก</title>
		<link>http://duiduiplay.wordpress.com/2011/05/20/%e0%b8%9c%e0%b8%b9%e0%b9%89%e0%b8%8a%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%99%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%81%e0%b8%ad%e0%b8%94%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%aa%e0%b8%b8%e0%b8%94%e0%b9%83/</link>
		<comments>http://duiduiplay.wordpress.com/2011/05/20/%e0%b8%9c%e0%b8%b9%e0%b9%89%e0%b8%8a%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%99%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%81%e0%b8%ad%e0%b8%94%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%aa%e0%b8%b8%e0%b8%94%e0%b9%83/#comments</comments>
		<pubDate>Fri, 20 May 2011 16:12:06 +0000</pubDate>
		<dc:creator>duiduiplay</dc:creator>
				<category><![CDATA[Uncategorized]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://duiduiplay.wordpress.com/?p=288</guid>
		<description><![CDATA[ผมอยากลองเดินเข้าไปกอดพ่อผมสักครั่ง บอลลูนลูกเล็กเด้งลอยออกมาจากหัวเป็นความนึกคิดที่ยังไม่เคยได้ทำจริงจริง เลยสักที เมื่อสองวันก่อนผมมีความคิดว่าจะเขียนหนังสือสักเล่มขึ้นมาชื่อ คู่มือพ่อ เพราะตัวผมเองก็มีลูกกับเค้าหนึ่งคนในบ้าน และอีกหนึ่งคนในท้อง และคิดว่าจะเขียนอะไรเกี่ยวกับความนึกคิด การกระทำของเรา กับเค้าเอาไว้ และเพื่อเป็นเกล็ดเล็กน้อยให้พ่อคนอื่นได้นำไปใช้ได้ ถ้าเค้าคิดว่ามันน่าจะดี พอนึกถึงเรื่องต่างต่างที่จะเขียนก็นึกไปถึงพ่อของตัวเอง เพราะผมนั้นมีลูกสาว ส่วนผมเป็นลูกชายของพ่อ นึกเปรียบเทียบกันไปมาเรากับพ่อเรากับเรากับลูกเรา มีไรที่เหมือนหรือแตกต่างบ้าง ก็นึกขึ้นได้อย่างหนึ่งคือ พ่อจะกอดลูกสาว ลูกสาวก็จะกอดพ่อ ปริมาณการกอดพ่อกับลูกสาว น่าจะมากกว่าพ่อกอดลูกชาย นี้คงเป็นสิ่งที่แตกต่าง ฉะนั้นเมื่อเราย้อนกลับมาคิดถึงชื่อเรื่องหนังสือที่จะเขียน คู่มือพ่อ ก็คงจะไม่เหมาะแน่แท้เพราะว่าเรามีแต่ลูกสาว และลูกสาวมันน่ากอด และเราคงเป็นผู้ชายที่น่ากอดที่สุดในโลกของลูกสาว ก่อนที่เค้าจะรู้ว่ามีคนอื่นอีกที่กอดได้ แล้วผมก็เลยนึกทบทวนว่าเคยกอดพ่อไหม มันดันมาคืดได้ตอนพ่อ แปดสิบ เราสามสิบกว่า แล้วเนี้ย แต่ไม่เป็น คิดว่าจะลองไปกอดพ่อดู เพื่อพ่อจะได้รู้ว่าเป็นผู้ชายที่น่ากอดที่สุดในโลก ของลูกชายบ้าง ก็เท่าเนี้ยย<img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=duiduiplay.wordpress.com&amp;blog=4561391&amp;post=288&amp;subd=duiduiplay&amp;ref=&amp;feed=1" width="1" height="1" />]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>ผมอยากลองเดินเข้าไปกอดพ่อผมสักครั่ง บอลลูนลูกเล็กเด้งลอยออกมาจากหัวเป็นความนึกคิดที่ยังไม่เคยได้ทำจริงจริง เลยสักที เมื่อสองวันก่อนผมมีความคิดว่าจะเขียนหนังสือสักเล่มขึ้นมาชื่อ คู่มือพ่อ เพราะตัวผมเองก็มีลูกกับเค้าหนึ่งคนในบ้าน และอีกหนึ่งคนในท้อง และคิดว่าจะเขียนอะไรเกี่ยวกับความนึกคิด การกระทำของเรา กับเค้าเอาไว้ และเพื่อเป็นเกล็ดเล็กน้อยให้พ่อคนอื่นได้นำไปใช้ได้ ถ้าเค้าคิดว่ามันน่าจะดี พอนึกถึงเรื่องต่างต่างที่จะเขียนก็นึกไปถึงพ่อของตัวเอง เพราะผมนั้นมีลูกสาว ส่วนผมเป็นลูกชายของพ่อ นึกเปรียบเทียบกันไปมาเรากับพ่อเรากับเรากับลูกเรา มีไรที่เหมือนหรือแตกต่างบ้าง ก็นึกขึ้นได้อย่างหนึ่งคือ พ่อจะกอดลูกสาว  ลูกสาวก็จะกอดพ่อ ปริมาณการกอดพ่อกับลูกสาว น่าจะมากกว่าพ่อกอดลูกชาย นี้คงเป็นสิ่งที่แตกต่าง ฉะนั้นเมื่อเราย้อนกลับมาคิดถึงชื่อเรื่องหนังสือที่จะเขียน คู่มือพ่อ ก็คงจะไม่เหมาะแน่แท้เพราะว่าเรามีแต่ลูกสาว และลูกสาวมันน่ากอด และเราคงเป็นผู้ชายที่น่ากอดที่สุดในโลกของลูกสาว ก่อนที่เค้าจะรู้ว่ามีคนอื่นอีกที่กอดได้ แล้วผมก็เลยนึกทบทวนว่าเคยกอดพ่อไหม มันดันมาคืดได้ตอนพ่อ แปดสิบ เราสามสิบกว่า แล้วเนี้ย แต่ไม่เป็น คิดว่าจะลองไปกอดพ่อดู เพื่อพ่อจะได้รู้ว่าเป็นผู้ชายที่น่ากอดที่สุดในโลก ของลูกชายบ้าง ก็เท่าเนี้ยย</p>
<br />  <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gocomments/duiduiplay.wordpress.com/288/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/comments/duiduiplay.wordpress.com/288/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/godelicious/duiduiplay.wordpress.com/288/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/delicious/duiduiplay.wordpress.com/288/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gofacebook/duiduiplay.wordpress.com/288/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/facebook/duiduiplay.wordpress.com/288/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gotwitter/duiduiplay.wordpress.com/288/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/twitter/duiduiplay.wordpress.com/288/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gostumble/duiduiplay.wordpress.com/288/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/stumble/duiduiplay.wordpress.com/288/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/godigg/duiduiplay.wordpress.com/288/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/digg/duiduiplay.wordpress.com/288/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/goreddit/duiduiplay.wordpress.com/288/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/reddit/duiduiplay.wordpress.com/288/" /></a> <img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=duiduiplay.wordpress.com&amp;blog=4561391&amp;post=288&amp;subd=duiduiplay&amp;ref=&amp;feed=1" width="1" height="1" />]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://duiduiplay.wordpress.com/2011/05/20/%e0%b8%9c%e0%b8%b9%e0%b9%89%e0%b8%8a%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%99%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%81%e0%b8%ad%e0%b8%94%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%aa%e0%b8%b8%e0%b8%94%e0%b9%83/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
	
		<media:content url="http://0.gravatar.com/avatar/ea4a34a9e3bb98326aa877f6af59a979?s=96&#38;d=identicon&#38;r=G" medium="image">
			<media:title type="html">duiduiplay</media:title>
		</media:content>
	</item>
		<item>
		<title>จะทำดีทุกวัน</title>
		<link>http://duiduiplay.wordpress.com/2011/05/20/%e0%b8%88%e0%b8%b0%e0%b8%97%e0%b8%b3%e0%b8%94%e0%b8%b5%e0%b8%97%e0%b8%b8%e0%b8%81%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%99/</link>
		<comments>http://duiduiplay.wordpress.com/2011/05/20/%e0%b8%88%e0%b8%b0%e0%b8%97%e0%b8%b3%e0%b8%94%e0%b8%b5%e0%b8%97%e0%b8%b8%e0%b8%81%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%99/#comments</comments>
		<pubDate>Fri, 20 May 2011 15:54:51 +0000</pubDate>
		<dc:creator>duiduiplay</dc:creator>
				<category><![CDATA[Uncategorized]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://duiduiplay.wordpress.com/?p=284</guid>
		<description><![CDATA[ผมบอกตัวเองว่าจะทำดีให้ได้ทุกวัน ทำทุกวัน ทำแต่ความดี ทำให้คนอื่นดี ตัวเราดี ทำให้คนรอบข้างเรามีความสุข ทำให้พ่อแม่เรารู้ว่าเรารักและกตัญญู ทำให้ลูกเราเป็นคนดีอยากทำดี ทำดีกับเพื่อนร่วมงาน ทำดีกับคนเก็บขยะ ทำดีกับคนขับรถ ทำดีกับทุกคนที่เราพบเจอ ทำดีกับคนยากไร้ ทำดีกับคนไม่รู้หนังสือ ทำดีกับคนด้อยโอกาส ทำดีกับเด็กที่ไม่มีพ่อแม่ ทำดีกับคนแก่ทุกคน ทำดีกับสัตว์โลก ทำดีกับอะไรก็ได้ที่ผ่านเข้ามาในชีวิต ทำดีอย่างไม่ต้องกลัวขาดแคลนความดี ทำดีวันนี้เพราะพรุ่งนี้ก็จะทำดี วันนี้นึกอยากทำดีให้มากมาก เพราะเราอยู่แค่ตัวเราเองนั้นมันดูด้อยค่าไปหน่อยสำหรับการมีชีวิต อยากมีชีวิตที่ได้คำจุนชีวิตอื่นให้ดีขึ้นได้ เราเคยคิดเล่นเล่นว่ามหาเศรษฐีสามารถเลี้ยงดูตัวเองครอบครัวคนในบ้านให้สุขสบายได้ ตีซะว่าประมาณสิบคน แต่ทำไมมีคนที่ไม่ได้เป็นมหาเศรษฐีที่สามารถดูแลคนอื่นที่ด้อยโอกาสได้เป็นร้อย แม่ชีเทเรซาช่วยคนเป็นพัน ศาสดาช่วยคนเป็นล้าน เรามันก็แค่ดวงวิญญาณเดียวในโลกใบนี้ เกิดดับ แบบเดี่ยว เอาเวลาที่เหลืออยู่ในโลกไปช่วยคนอื่นที่ต้องการความข่วยเหลือน่าจะมีคุณค่ากว่า ว่าแล้วก็อยากทำดี อยากทำดีทุกวันทำให้มากช่วยคนอื่นให้มากมากเท่าที่ทำได้ หาคุณค่าให้ชีวิตที่เกิดมา ณ วินาทีนี้เราก็ได้เรียนรู้บางอย่างในเสี่ยวเวลาว่า การทำความดีคือทางออกของการมีตัวตนอยู่ ทำดีโดยไม่ให้เกิดตัวตน จะได้ไม่ต้องมีชีวิตที่ยึดแค่ตัวตนของเรา ความสุขก็บังเกิดและดับไปนะวินาทีนี้ ขั่วขณะนี้ เกิด ดับ<img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=duiduiplay.wordpress.com&amp;blog=4561391&amp;post=284&amp;subd=duiduiplay&amp;ref=&amp;feed=1" width="1" height="1" />]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>ผมบอกตัวเองว่าจะทำดีให้ได้ทุกวัน ทำทุกวัน ทำแต่ความดี ทำให้คนอื่นดี ตัวเราดี ทำให้คนรอบข้างเรามีความสุข ทำให้พ่อแม่เรารู้ว่าเรารักและกตัญญู ทำให้ลูกเราเป็นคนดีอยากทำดี ทำดีกับเพื่อนร่วมงาน ทำดีกับคนเก็บขยะ ทำดีกับคนขับรถ ทำดีกับทุกคนที่เราพบเจอ ทำดีกับคนยากไร้ ทำดีกับคนไม่รู้หนังสือ ทำดีกับคนด้อยโอกาส ทำดีกับเด็กที่ไม่มีพ่อแม่ ทำดีกับคนแก่ทุกคน ทำดีกับสัตว์โลก ทำดีกับอะไรก็ได้ที่ผ่านเข้ามาในชีวิต ทำดีอย่างไม่ต้องกลัวขาดแคลนความดี ทำดีวันนี้เพราะพรุ่งนี้ก็จะทำดี<br />
วันนี้นึกอยากทำดีให้มากมาก เพราะเราอยู่แค่ตัวเราเองนั้นมันดูด้อยค่าไปหน่อยสำหรับการมีชีวิต อยากมีชีวิตที่ได้คำจุนชีวิตอื่นให้ดีขึ้นได้ เราเคยคิดเล่นเล่นว่ามหาเศรษฐีสามารถเลี้ยงดูตัวเองครอบครัวคนในบ้านให้สุขสบายได้ ตีซะว่าประมาณสิบคน แต่ทำไมมีคนที่ไม่ได้เป็นมหาเศรษฐีที่สามารถดูแลคนอื่นที่ด้อยโอกาสได้เป็นร้อย แม่ชีเทเรซาช่วยคนเป็นพัน ศาสดาช่วยคนเป็นล้าน เรามันก็แค่ดวงวิญญาณเดียวในโลกใบนี้ เกิดดับ แบบเดี่ยว เอาเวลาที่เหลืออยู่ในโลกไปช่วยคนอื่นที่ต้องการความข่วยเหลือน่าจะมีคุณค่ากว่า ว่าแล้วก็อยากทำดี อยากทำดีทุกวันทำให้มากช่วยคนอื่นให้มากมากเท่าที่ทำได้ หาคุณค่าให้ชีวิตที่เกิดมา ณ วินาทีนี้เราก็ได้เรียนรู้บางอย่างในเสี่ยวเวลาว่า การทำความดีคือทางออกของการมีตัวตนอยู่ ทำดีโดยไม่ให้เกิดตัวตน จะได้ไม่ต้องมีชีวิตที่ยึดแค่ตัวตนของเรา ความสุขก็บังเกิดและดับไปนะวินาทีนี้ ขั่วขณะนี้ เกิด ดับ</p>
<br />  <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gocomments/duiduiplay.wordpress.com/284/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/comments/duiduiplay.wordpress.com/284/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/godelicious/duiduiplay.wordpress.com/284/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/delicious/duiduiplay.wordpress.com/284/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gofacebook/duiduiplay.wordpress.com/284/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/facebook/duiduiplay.wordpress.com/284/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gotwitter/duiduiplay.wordpress.com/284/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/twitter/duiduiplay.wordpress.com/284/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gostumble/duiduiplay.wordpress.com/284/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/stumble/duiduiplay.wordpress.com/284/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/godigg/duiduiplay.wordpress.com/284/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/digg/duiduiplay.wordpress.com/284/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/goreddit/duiduiplay.wordpress.com/284/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/reddit/duiduiplay.wordpress.com/284/" /></a> <img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=duiduiplay.wordpress.com&amp;blog=4561391&amp;post=284&amp;subd=duiduiplay&amp;ref=&amp;feed=1" width="1" height="1" />]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://duiduiplay.wordpress.com/2011/05/20/%e0%b8%88%e0%b8%b0%e0%b8%97%e0%b8%b3%e0%b8%94%e0%b8%b5%e0%b8%97%e0%b8%b8%e0%b8%81%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%99/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
	
		<media:content url="http://0.gravatar.com/avatar/ea4a34a9e3bb98326aa877f6af59a979?s=96&#38;d=identicon&#38;r=G" medium="image">
			<media:title type="html">duiduiplay</media:title>
		</media:content>
	</item>
		<item>
		<title>เมื่อฉันรู้ว่าแม่เป็นอัลไซเมอร์</title>
		<link>http://duiduiplay.wordpress.com/2011/04/03/%e0%b9%80%e0%b8%a1%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%89%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%a3%e0%b8%b9%e0%b9%89%e0%b8%a7%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b9%81%e0%b8%a1%e0%b9%88%e0%b9%80%e0%b8%9b%e0%b9%87%e0%b8%99%e0%b8%ad/</link>
		<comments>http://duiduiplay.wordpress.com/2011/04/03/%e0%b9%80%e0%b8%a1%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%89%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%a3%e0%b8%b9%e0%b9%89%e0%b8%a7%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b9%81%e0%b8%a1%e0%b9%88%e0%b9%80%e0%b8%9b%e0%b9%87%e0%b8%99%e0%b8%ad/#comments</comments>
		<pubDate>Sun, 03 Apr 2011 15:10:50 +0000</pubDate>
		<dc:creator>duiduiplay</dc:creator>
				<category><![CDATA[Uncategorized]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://duiduiplay.wordpress.com/?p=280</guid>
		<description><![CDATA[อัลไซเมอร์ ผมมักได้ยินว่ามันใช้ล้อนักการเมืองรุ่นใหญ่บางคนที่พูดจาไม่เป็นหลักเป็นการ หรือเป็นโรคคนแก่แหลงลืมแม้กระทั้งการกินหรืออาบนำ้โดยไม่เคยคิดเลยว่ามันเป็นโรคที่ใกล้ตัวเรามาก ใกล้ชิดคนที่เรารักมากในยามที่เค้าแก่ลง วันนี้เป็นวันที่ผมได้รับรู้ว่า แม่ อาจเป็นโรคนี้ หรือเป็นมาระยะหนึ่งแล้ว ผมรู้สึกห่อเหี่ยวใจมากผมไม่ได้แสดงอาการตกใจจนเกินเหตุ แต่บอกได้ตามตรงว่าใจทรุดลงมากองที่พื้น ผมรักแม่ผมมาก มากที่สุด แม่เป็นผู้หญิงคนเดียวที่ทุ่มเทความรักให้กับครอบครัวเรามาโดยตลอด แม่เป็นคนเดียวที่ไม่เคยแม้จะปริปากบอกว่าตัวเองต้องการอะไร ไม่เคยอยากมีความสุขก่อนคนในบ้าน เรียกว่าทำทุกอย่างเพื่อครอบครัวมาโดยตลอด ภาพความรักที่แม่มีให้ประดังเค้ามาหาผมอย่างต่อเนื่อง ประกอบกับว่าผมจะคิดอ่านอย่างไรต่อไปกับครอบครัวของเรา เพื่อจะประคับประคองแม่และพวกเราเพื่อจะรับมือกับโรคนี้ได้ ผมได้แต่กลืนนำ้ตาและบอกกับตัวเองว่าถึงเวลาที่เราต้องเป็นฝ่ายให้กับแม่บ้างแล้ว ให้คืนกับแม่ให้สมกับที่แม่ให้เราโดยตลอดสามสิบหกปีที่ผ่านมา แม่จ๋าอยากบอกแม่ว่ารักแม่มากมากที่สุดของหัวใจ ลูกจะคิดอ่านรับมือกับโรคของแม่และจะดูแลแม่ให้มีความสุขมากที่สุด เพราะนี้คือภาระบุญของลูกอันยิ่งใหญ่ ที่ใครจะได้โอกาสแบบนี้กันเล่า ที่จะพิสูจน์หัวใจลูกว่ารักแม่เหมือนปากว่าจริงหรือเปล่า แม่ลูกรักแม่มากนะ มด 10:10 วันที่ 3 เมษายน 2011<img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=duiduiplay.wordpress.com&amp;blog=4561391&amp;post=280&amp;subd=duiduiplay&amp;ref=&amp;feed=1" width="1" height="1" />]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>   อัลไซเมอร์ ผมมักได้ยินว่ามันใช้ล้อนักการเมืองรุ่นใหญ่บางคนที่พูดจาไม่เป็นหลักเป็นการ หรือเป็นโรคคนแก่แหลงลืมแม้กระทั้งการกินหรืออาบนำ้โดยไม่เคยคิดเลยว่ามันเป็นโรคที่ใกล้ตัวเรามาก ใกล้ชิดคนที่เรารักมากในยามที่เค้าแก่ลง วันนี้เป็นวันที่ผมได้รับรู้ว่า แม่ อาจเป็นโรคนี้ หรือเป็นมาระยะหนึ่งแล้ว ผมรู้สึกห่อเหี่ยวใจมากผมไม่ได้แสดงอาการตกใจจนเกินเหตุ แต่บอกได้ตามตรงว่าใจทรุดลงมากองที่พื้น ผมรักแม่ผมมาก มากที่สุด แม่เป็นผู้หญิงคนเดียวที่ทุ่มเทความรักให้กับครอบครัวเรามาโดยตลอด แม่เป็นคนเดียวที่ไม่เคยแม้จะปริปากบอกว่าตัวเองต้องการอะไร ไม่เคยอยากมีความสุขก่อนคนในบ้าน เรียกว่าทำทุกอย่างเพื่อครอบครัวมาโดยตลอด ภาพความรักที่แม่มีให้ประดังเค้ามาหาผมอย่างต่อเนื่อง ประกอบกับว่าผมจะคิดอ่านอย่างไรต่อไปกับครอบครัวของเรา เพื่อจะประคับประคองแม่และพวกเราเพื่อจะรับมือกับโรคนี้ได้ ผมได้แต่กลืนนำ้ตาและบอกกับตัวเองว่าถึงเวลาที่เราต้องเป็นฝ่ายให้กับแม่บ้างแล้ว ให้คืนกับแม่ให้สมกับที่แม่ให้เราโดยตลอดสามสิบหกปีที่ผ่านมา แม่จ๋าอยากบอกแม่ว่ารักแม่มากมากที่สุดของหัวใจ ลูกจะคิดอ่านรับมือกับโรคของแม่และจะดูแลแม่ให้มีความสุขมากที่สุด เพราะนี้คือภาระบุญของลูกอันยิ่งใหญ่ ที่ใครจะได้โอกาสแบบนี้กันเล่า ที่จะพิสูจน์หัวใจลูกว่ารักแม่เหมือนปากว่าจริงหรือเปล่า<br />
  แม่ลูกรักแม่มากนะ มด 10:10 วันที่ 3 เมษายน 2011</p>
<br />  <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gocomments/duiduiplay.wordpress.com/280/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/comments/duiduiplay.wordpress.com/280/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/godelicious/duiduiplay.wordpress.com/280/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/delicious/duiduiplay.wordpress.com/280/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gofacebook/duiduiplay.wordpress.com/280/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/facebook/duiduiplay.wordpress.com/280/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gotwitter/duiduiplay.wordpress.com/280/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/twitter/duiduiplay.wordpress.com/280/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gostumble/duiduiplay.wordpress.com/280/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/stumble/duiduiplay.wordpress.com/280/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/godigg/duiduiplay.wordpress.com/280/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/digg/duiduiplay.wordpress.com/280/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/goreddit/duiduiplay.wordpress.com/280/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/reddit/duiduiplay.wordpress.com/280/" /></a> <img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=duiduiplay.wordpress.com&amp;blog=4561391&amp;post=280&amp;subd=duiduiplay&amp;ref=&amp;feed=1" width="1" height="1" />]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://duiduiplay.wordpress.com/2011/04/03/%e0%b9%80%e0%b8%a1%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%89%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%a3%e0%b8%b9%e0%b9%89%e0%b8%a7%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b9%81%e0%b8%a1%e0%b9%88%e0%b9%80%e0%b8%9b%e0%b9%87%e0%b8%99%e0%b8%ad/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
	
		<media:content url="http://0.gravatar.com/avatar/ea4a34a9e3bb98326aa877f6af59a979?s=96&#38;d=identicon&#38;r=G" medium="image">
			<media:title type="html">duiduiplay</media:title>
		</media:content>
	</item>
		<item>
		<title>คัดลอกมา คนมีโชคเพราะโชคดีหรือ</title>
		<link>http://duiduiplay.wordpress.com/2010/03/01/%e0%b8%84%e0%b8%b1%e0%b8%94%e0%b8%a5%e0%b8%ad%e0%b8%81%e0%b8%a1%e0%b8%b2-%e0%b8%84%e0%b8%99%e0%b8%a1%e0%b8%b5%e0%b9%82%e0%b8%8a%e0%b8%84%e0%b9%80%e0%b8%9e%e0%b8%a3%e0%b8%b2%e0%b8%b0%e0%b9%82%e0%b8%8a/</link>
		<comments>http://duiduiplay.wordpress.com/2010/03/01/%e0%b8%84%e0%b8%b1%e0%b8%94%e0%b8%a5%e0%b8%ad%e0%b8%81%e0%b8%a1%e0%b8%b2-%e0%b8%84%e0%b8%99%e0%b8%a1%e0%b8%b5%e0%b9%82%e0%b8%8a%e0%b8%84%e0%b9%80%e0%b8%9e%e0%b8%a3%e0%b8%b2%e0%b8%b0%e0%b9%82%e0%b8%8a/#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 01 Mar 2010 17:06:36 +0000</pubDate>
		<dc:creator>duiduiplay</dc:creator>
				<category><![CDATA[Uncategorized]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://duiduiplay.wordpress.com/?p=278</guid>
		<description><![CDATA[โดย วรากรณ์ สามโกเศศ คนทั่วไปในโลกโดยเฉพาะคนไทยเชื่อว่าความมีโชคเป็นเรื่องที่เหนือคำอธิบาย กรรมในชาติที่แล้วมีส่วนร่วมกำหนดโดยสิ่งศักดิ์สิทธิ์มีบทบาทสำคัญการช่วยให้โชคดีด้วย เช่น ถูกหวยเล่นการพนันได้ ฯลฯ หากเป็นนักแสดง นักกีฬาก็ดังขึ้นมาแบบระเบิด ฯลฯ อย่างไรก็ดี มีนักวิชาการฝรั่งอธิบายเรื่องความโชคดีไว้อย่างน่าสนใจ และให้ความอุ่นใจในระดับหนึ่งว่าความมีโชคนั้นสามารถสร้างขึ้นได้ด้วยการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมและบุคลิกอุปนิสัย ศาสตราจารย์ Richard Wiseman แห่งมหาวิทยาลัย University of Hertfordshire (บางคนอาจจำชื่อได้ว่าเป็นคนเดียวกันกับที่จัดประกวดเรื่องตลกที่สุดในโลกบนเว็บเมื่อ 3-4 ปีก่อน) ในหนังสือชื่อ The Survivors Club (2009) เล่าเรื่องการทดลองและข้อสรุปที่ช่วยทำให้เข้าใจเรื่องความมีโชคมากขึ้น การทดลองใช้คนจำนวนมากทั้งหญิงชายแข่งกันนับรูปภาพในหนังสือพิมพ์ บางคนนับเสร็จใน 2-3 วินาที บางคนนับเป็นนาที สาเหตุที่บางคนนับไม่กี่วินาทีก็เสร็จ ไม่ใช่เพราะมีความสามารถในการนับเป็นเลิศ หาก Dr.Wiseman สอดแทรกข้อความด้วยตัวหนังสือขนาดใหญ่ไว้ในหน้าหนังสือพิมพ์ว่า &#8220;หยุดนับได้ ทั้งเล่มมี 43 รูป&#8221; และในอีกหน้าต่อมาก็มีข้อความตัวใหญ่ไว้อีกเช่นกันว่า &#8220;หยุดนับได้ และรีบไปบอกคนทดลองว่าพบข้อความนี้แล้ว และท่านจะได้เงิน 250 เหรียญ&#8221; สิ่งไม่น่าเชื่อก็คือมีผู้ทดลองจำนวนไม่มากนักเท่านั้นที่เห็นสองข้อความนี้ระหว่างการนับกลุ่มที่พลาดมองไม่เห็นคือพวกเคร่งเครียดและจริงจังกับการนับมากจนมองไม่เห็นสองข้อความนั้นที่ไม่น่าจะมองข้ามไปได้ Dr.Wiseman สรุปว่าคนที่เห็นข้อความที่ให้หยุดนับทันที มีทางโน้มที่จะเป็นคนมีโชคเพราะเป็นคนเปิดกว้างต่อโอกาสรอบตัวที่อาจมาถึงแบบ Random [...]<img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=duiduiplay.wordpress.com&amp;blog=4561391&amp;post=278&amp;subd=duiduiplay&amp;ref=&amp;feed=1" width="1" height="1" />]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>โดย วรากรณ์ สามโกเศศ</p>
<p>คนทั่วไปในโลกโดยเฉพาะคนไทยเชื่อว่าความมีโชคเป็นเรื่องที่เหนือคำอธิบาย กรรมในชาติที่แล้วมีส่วนร่วมกำหนดโดยสิ่งศักดิ์สิทธิ์มีบทบาทสำคัญการช่วยให้โชคดีด้วย เช่น ถูกหวยเล่นการพนันได้ ฯลฯ หากเป็นนักแสดง นักกีฬาก็ดังขึ้นมาแบบระเบิด ฯลฯ</p>
<p>อย่างไรก็ดี มีนักวิชาการฝรั่งอธิบายเรื่องความโชคดีไว้อย่างน่าสนใจ และให้ความอุ่นใจในระดับหนึ่งว่าความมีโชคนั้นสามารถสร้างขึ้นได้ด้วยการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมและบุคลิกอุปนิสัย</p>
<p>ศาสตราจารย์ Richard Wiseman แห่งมหาวิทยาลัย University of Hertfordshire (บางคนอาจจำชื่อได้ว่าเป็นคนเดียวกันกับที่จัดประกวดเรื่องตลกที่สุดในโลกบนเว็บเมื่อ 3-4 ปีก่อน) ในหนังสือชื่อ The Survivors Club (2009) เล่าเรื่องการทดลองและข้อสรุปที่ช่วยทำให้เข้าใจเรื่องความมีโชคมากขึ้น</p>
<p>การทดลองใช้คนจำนวนมากทั้งหญิงชายแข่งกันนับรูปภาพในหนังสือพิมพ์ บางคนนับเสร็จใน 2-3 วินาที บางคนนับเป็นนาที</p>
<p>สาเหตุที่บางคนนับไม่กี่วินาทีก็เสร็จ ไม่ใช่เพราะมีความสามารถในการนับเป็นเลิศ หาก Dr.Wiseman สอดแทรกข้อความด้วยตัวหนังสือขนาดใหญ่ไว้ในหน้าหนังสือพิมพ์ว่า &#8220;หยุดนับได้ ทั้งเล่มมี 43 รูป&#8221; และในอีกหน้าต่อมาก็มีข้อความตัวใหญ่ไว้อีกเช่นกันว่า &#8220;หยุดนับได้ และรีบไปบอกคนทดลองว่าพบข้อความนี้แล้ว และท่านจะได้เงิน 250 เหรียญ&#8221;</p>
<p>สิ่งไม่น่าเชื่อก็คือมีผู้ทดลองจำนวนไม่มากนักเท่านั้นที่เห็นสองข้อความนี้ระหว่างการนับกลุ่มที่พลาดมองไม่เห็นคือพวกเคร่งเครียดและจริงจังกับการนับมากจนมองไม่เห็นสองข้อความนั้นที่ไม่น่าจะมองข้ามไปได้</p>
<p>Dr.Wiseman สรุปว่าคนที่เห็นข้อความที่ให้หยุดนับทันที มีทางโน้มที่จะเป็นคนมีโชคเพราะเป็นคนเปิดกว้างต่อโอกาสรอบตัวที่อาจมาถึงแบบ Random</p>
<p>ส่วนคนที่มองไม่เห็นมีทางโน้มที่จะเป็นคนไม่มีโชค เพราะไม่สามารถคว้าโอกาสที่เปิดกว้างให้ตนได้</p>
<p>Dr.Wiseman สรุปว่าสำหรับบางคนนั้น แม้แต่ทำงานอื่นอยู่ก็ยังเปิดกว้างสำหรับโอกาสอื่นๆ ที่จะเข้ามาหาตนเอง นั้นคือเหตุผลสำคัญซึ่งอธิบายว่าเหตุใดสิ่งดีๆ จึงมักเกิดขึ้นกับคนเดิมเสมอในชีวิตประจำวันและในสถานการณ์ที่รอดชีวิตมาได้จากเหตุการณ์อันตราย</p>
<p>ซึ่งสิ่งเหล่านี้เราเรียกกันว่าโชค</p>
<p>คนสองคนพักในโรงแรมห้องติดกัน คนหนึ่งเสียชีวิตจากไฟไหม้ แต่อีกคน &#8220;โชคดี&#8221; รอดมาได้ คนทั่วไปอาจมองว่าคนหลังโชคช่วยทำให้รอดมาได้ แต่ในความเป็นจริงอาจเป็นว่าเป็นคนระแวดระวัง สังเกตอ่านผังทางหนีไฟของโรงแรมเสมอ ศึกษาข้อมูลเรื่องทำตัวระหว่างไฟไหม้อย่างไร จึงทำให้รอดมาได้ ไม่ใช่เพราะโชคแต่เป็นเพราะเป็นคนเปิดกว้างต่อข้อมูลและโลกอยู่เสมอ</p>
<p>นักจิตวิทยาเรียกสิ่งที่ Dr.Wiseman พยายามทดลองนี้ว่า Inattentional blindness (การตาบอดอันเกิดจากการไม่ให้ความใส่ใจ) ซึ่งหมายถึงว่าไม่สังเกตเห็นสิ่งต่างๆ เมื่อไม่ได้ให้ความใส่ใจอย่างแท้จริงๆ</p>
<p>ตัวอย่างเช่นเราจมลึกอยู่ในบางอารมณ์จนไม่ได้ยินเสียงหรือตระหนักถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นรอบตัว (มนุษย์ประเภทหูถูกเสียบอยู่ตลอดเวลาต้องระวังเป็นพิเศษจากอันตรายรอบตัว เช่น ถูกรถชน) เราดูโทรทัศน์โดยไม่เห็นภาพสะท้อนบนกระจกจอทีวี การสอนหรืออบรมแบบ &#8220;ฟังแต่ไม่ได้ยิน&#8221; หรือหนักๆ ก็คือ &#8220;เข้าหูซ้ายทะลุหูขวา&#8221;</p>
<p>Dr.Wiseman เชื่อว่านอกจากการมีชีวิตรอดจากรถที่วิ่งผ่านแยกไฟแดงเกือบชนรถตัวเองหรือสังเกตเห็นข้อความแทรกในหนังสือพิมพ์ดังกล่าวแล้ว ยังมีอีกปัจจัยสำคัญที่เป็นคำอธิบายนั่นก็คือ Neuroticism หรือแบบแผนของบุคลิกภาพ (personality trait) ของคนซึ่งทำให้โน้มเอียงไปทางการเป็นคนเครียด ร้อนรนกระวนกระวายและอ่อนไหวง่ายต่อความเครียด</p>
<p>คนที่เข้าข่ายมีดีกรีของ neuroticism สูง จะจริงจังเคร่งเครียด และเข้มข้นกับสิ่งที่ตนเองทำจนมองข้ามโอกาสที่เกิดขึ้นรอบตัวจึงมีทางโน้มที่จะเป็นคนขาดโชค</p>
<p>ในทางตรงกันข้ามคนที่มีดีกรี neuroticism ต่ำจะเยือกเย็นกว่า มีอารมณ์ผ่อนคลาย ไม่หวือหวา และอ่อนไหวต่อความเครียดน้อยกว่า จะไม่ทำงานด้วยความเครียดและกระวนกระวายเท่า</p>
<p>กลุ่มคนนี้จะเปิดตัวต่อความเป็นไปได้ต่างๆ ในชีวิตมากกว่า จึงเป็นคนชนิดที่เรียกว่ามีโชคอยู่เสมอ</p>
<p>Dr.Wiseman ต้องการศึกษาลึกกว่านี้ในเรื่องการมีโชคและไม่มีโชค โดยเฉพาะความแตกต่างระหว่างคนสองกลุ่มนี้ จากการทดลองอีกหลายลักษณะข้ามเวลา 10 ปี ก็ได้ข้อสรุป 4 ข้อดังต่อไปนี้ว่าเหตุใดสิ่งดีๆ จึงมักเกิดขึ้นกับคนเดิมเสมอ</p>
<p>ประการแรก คนโชคดีอยู่ในสภาพจิตใจที่ผ่อนคลายกับชีวิตโดยตระหนักถึงสิ่งแวดล้อมรอบตัวอยู่เสมอ พวกเขาจะมองเห็นโอกาส (เพราะมองหาโอกาสอยู่แล้วด้วยการเปิดใจและเปิดโอกาสให้สิ่งเหล่านั้นเข้าหาตัวเขาได้ ตัวอย่างเช่น คนพบเงินตกบนถนนอยู่บ่อยนั้นเป็นเพราะเป็นคนช่างสังเกตหรือมองหาโอกาสจึงเห็นเงินที่ตกอยู่) ที่คนอื่นมองไม่เห็น มักเป็นกลุ่มคนที่ชอบสังคมมีเพื่อนฝูงมาก</p>
<p>ประการที่สอง คนโชคดีเชื่อในสัญชาตญาณของตนเองและมีการตัดสินใจที่ดีโดยไม่รู้ว่าทำไมจึงตัดสินใจเช่นนั้น คนโชคไม่ดีจะไว้ใจคนผิดและมักตัดสินใจผิดอยู่บ่อยๆ จากการสังเกตกลุ่มคนโชคดีพบว่าคนกลุ่มนี้อาศัยความรู้สึกข้างในของตนเองมากกว่ากลุ่มไม่มีโชคอย่างเห็นได้ชัด</p>
<p>ตัวอย่างเช่น หญิงคนหนึ่งสงสัยคนที่ขี่มอเตอร์ไซค์ตามหลังตอนกลางคืนจะเป็นคนร้าย จึงระวังตัวและจอดให้รถผ่านไป สองวันต่อมาตำรวจเรียกรถคันนี้จอดและชายคนนี้ก็ยิงตำรวจตาย</p>
<p>มองเผินๆ อาจเห็นว่าเธอโชคดี แต่แท้จริงแล้วเธออาศัยความรู้สึกข้างในบอกเธอให้ระวังตัว</p>
<p>ประการที่สาม คนโชคดีมองโลกในแง่ดีเสมอ มักบากบั่นต่อสู้เมื่อล้มเหลวและมีความสามารถในการฟื้นตัวกลับขึ้นมาเสมอ คนมีโชคจะคาดว่าสิ่งที่ดีจะเกิดขึ้นกับตนเอง และเชื่อว่าไม่ว่าอะไรที่ร้ายแรงในชีวิตเกิดขึ้นก็ตามในที่สุดแล้วก็จะคลี่คลายไปในที่สุดเสมอ โลกสำหรับคนเหล่านี้จะงดงามและสดสวย ซึ่งตรงข้ามกับกลุ่มคนโชคไม่ดีซึ่งคาดหวังว่าไม่ว่าทำอะไรก็จะล้มเหลว โลกของกลุ่มคนนี้มืดหม่นและมืดดำ</p>
<p>Dr.Wiseman ให้คนสองกลุ่มเล่นเกม Puzzle ซึ่งไม่มีทางได้คำตอบเลย เมื่อเล่นไปสักพักร้อยละ 60 ของกลุ่มคนโชคไม่ดีบอกว่าเกมนี้ไม่มีคำตอบ ในขณะที่มีร้อยละ 30 ของกลุ่มคนโชคดีที่บอกอย่างเดียวกัน โดยสรุปก็คือกลุ่มคนไม่มีโชคยอมแพ้ตั้งแต่ยังไม่ได้เริ่ม</p>
<p>ประการที่สี่ กลุ่มคนโชคดีมีความสามารถพิเศษในการเปลี่ยนโชคร้ายให้เป็นประโยชน์</p>
<p>Dr.Wiseman เชื่อว่าปัจจัยตัวนี้มีบทบาทสำคัญที่สุดใน 4 ตัวในการมีโชคจนทำให้สามารถรอดชีวิตจากภัยอันตรายมาได้</p>
<p>ความเห็นของ Dr.Wiseman ตรงกับความเชื่อของ Dr.Al Siebert ผู้เชี่ยวชาญคนสำคัญของอเมริกาในเรื่องจิตวิทยาของการเอาชีวิตรอด ซึ่งศึกษาบุคลิกภาพของการเป็นผู้รอดชีวิต (Survivor Personality) และพบว่าทักษะสำคัญยิ่งในการเอาชีวิตรอดคือ การมีทักษะสร้างโชคที่จะพบสิ่งดีๆ โดยไม่คาดฝัน (Serendipidity Talent) กล่าวคือเมื่อประสบภัย พวก &#8220;โชคดี&#8221; (ผู้สามารถเอาชีวิตรอดได้เป็นเลิศ) ไม่เพียงแต่ต่อสู้กับภัยได้ดีเท่านั้นยังสามารถเปลี่ยนแปลงภัยร้ายเป็นประโยชน์ได้ด้วย</p>
<p>ใครที่ดูภาพยนตร์ชุด Mclver จะเห็นความสามารถในการคิดแก้ไขปัญหาและอุปสรรคอย่างไม่หวั่นไหวด้วยการนำสิ่งต่างๆ ที่อยู่รอบตัวมาใช้ให้เกิดประโยชน์ บุคลิกภาพเช่นนี้ทำให้สามารถอยู่รอดได้อย่างดี จนดูเหมือนว่าเป็นคนมีโชคเหนือคนอื่นๆ</p>
<p>Dr.Wiseman เชื่อว่าในเรื่องการมีโชคสิ่งที่อธิบายไม่ได้เกี่ยวกับความมีโชคมีอยู่แค่ร้อยละ 10 เท่านั้น อีกร้อยละ 90 มีรากฐานมาจากวิธีการคิดของคน คนที่เคร่งครัดกับชีวิตจนเกินไปจะมองไม่เห็นสิ่งอื่นๆ ที่เป็นโอกาสเข้ามาหาตัว และถึงเข้ามาหาตัวเองก็ไม่พร้อมเพราะไม่เคยเตรียมพร้อมไว้ก่อนหน้านี้</p>
<p>ข้อค้นพบทางวิชาการนี้ทำให้เราพอสบายใจขึ้นได้บ้างกระมังว่าใครก็อาจมีโชคได้โดยไม่ต้องรอให้ขึ้นกับปัจจัยอื่นๆ ภายนอก ความมีโชคทำให้เกิดขึ้นได้ในขอบเขตหนึ่งด้วยการปรับเปลี่ยนวิธีการมองโลกและบุคลิกภาพ</p>
<p>ทุกสิ่งในโลกที่เกิดขึ้นล้วนมีเหตุผลอธิบายมันได้ทั้งสิ้น แม้แต่ความไร้เหตุผลก็ตาม</p>
<br />  <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gocomments/duiduiplay.wordpress.com/278/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/comments/duiduiplay.wordpress.com/278/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/godelicious/duiduiplay.wordpress.com/278/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/delicious/duiduiplay.wordpress.com/278/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gofacebook/duiduiplay.wordpress.com/278/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/facebook/duiduiplay.wordpress.com/278/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gotwitter/duiduiplay.wordpress.com/278/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/twitter/duiduiplay.wordpress.com/278/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gostumble/duiduiplay.wordpress.com/278/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/stumble/duiduiplay.wordpress.com/278/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/godigg/duiduiplay.wordpress.com/278/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/digg/duiduiplay.wordpress.com/278/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/goreddit/duiduiplay.wordpress.com/278/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/reddit/duiduiplay.wordpress.com/278/" /></a> <img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=duiduiplay.wordpress.com&amp;blog=4561391&amp;post=278&amp;subd=duiduiplay&amp;ref=&amp;feed=1" width="1" height="1" />]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://duiduiplay.wordpress.com/2010/03/01/%e0%b8%84%e0%b8%b1%e0%b8%94%e0%b8%a5%e0%b8%ad%e0%b8%81%e0%b8%a1%e0%b8%b2-%e0%b8%84%e0%b8%99%e0%b8%a1%e0%b8%b5%e0%b9%82%e0%b8%8a%e0%b8%84%e0%b9%80%e0%b8%9e%e0%b8%a3%e0%b8%b2%e0%b8%b0%e0%b9%82%e0%b8%8a/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
	
		<media:content url="http://0.gravatar.com/avatar/ea4a34a9e3bb98326aa877f6af59a979?s=96&#38;d=identicon&#38;r=G" medium="image">
			<media:title type="html">duiduiplay</media:title>
		</media:content>
	</item>
		<item>
		<title>คัดลอกมา เรื่อง โต๊ะแห่งความสุข</title>
		<link>http://duiduiplay.wordpress.com/2009/12/25/%e0%b8%84%e0%b8%b1%e0%b8%94%e0%b8%a5%e0%b8%ad%e0%b8%81%e0%b8%a1%e0%b8%b2-%e0%b9%80%e0%b8%a3%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%87-%e0%b9%82%e0%b8%95%e0%b9%8a%e0%b8%b0%e0%b9%81%e0%b8%ab%e0%b9%88%e0%b8%87/</link>
		<comments>http://duiduiplay.wordpress.com/2009/12/25/%e0%b8%84%e0%b8%b1%e0%b8%94%e0%b8%a5%e0%b8%ad%e0%b8%81%e0%b8%a1%e0%b8%b2-%e0%b9%80%e0%b8%a3%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%87-%e0%b9%82%e0%b8%95%e0%b9%8a%e0%b8%b0%e0%b9%81%e0%b8%ab%e0%b9%88%e0%b8%87/#comments</comments>
		<pubDate>Fri, 25 Dec 2009 15:37:48 +0000</pubDate>
		<dc:creator>duiduiplay</dc:creator>
				<category><![CDATA[Uncategorized]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://duiduiplay.wordpress.com/?p=275</guid>
		<description><![CDATA[ต๊ะแห่งความสุข เรื่องเล่าจากญี่ปุ่น เรื่อง บะหมี่น้ำ หนึ่งชาม เรื่องนี้เกิดขึ้นเมื่อ 19 ปีที่แล้ว วันที่ 31 ธันวาคม 2528 ซึ่งเป็นวันส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ ที่ร้านบะหมี่ &#8221; ฮอกไก &#8221; บนถนนซัปโปโร การกินบะหมี่โซบะในคืนวันส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่นั้นเป็นประเพณีของชาวญี่ปุ่น ด้วยเหตุนี้เอง จึงทำให้ร้านบะหมี่ขายดีในวันสิ้นปี &#8220;ร้านฮอกไก&#8221; นี้ก็เช่นกัน ในวันนี้คนแน่นร้านแทบทั้งวัน จนกระทั่งถึงเวลา 22.00 น. คนก็เริ่มน้อยลง โดยปกติแล้ว บนถนนสายนี้คนจะแน่นขนัดไปจนถึงเช้าตรู่ แต่วันนี้ทุกคนจะต้องรีบกลับบ้านเพื่อไปต้อนรับปีใหม่กัน ดังนั้นถนนสายนี้ จึงปิดร้านเร็วกว่าปกติ เถ้าแก่ของร้าน &#8220;ฮอกไก&#8221; เป็นคนซื่อ และเถ้าแก่เนี้ยก็เป็นคนอัธยาศัยใจคอดี ในคืนวันส่งท้ายปีเก่า พอลูกค้าคนสุดท้ายกลับไปในขณะเถ้าแก่เนี้ยก็จะปิดร้าน ประตูร้านก็ถูกเปิดออกอย่างเบา ๆ มีผู้หญิงคนหนึ่งพาเด็กชายสองคน คนหนึ่งประมาณ 6 ขวบกับอีกคนหนึ่งประมาณ 10 ขวบเข้ามาในร้าน เด็กชายทั้งสองคน สวมชุดกีฬาใหม่เอี่ยมเหมือนกันทั้งสองคน ส่วนหญิงคนนั้นสวมโอเวอร์โค้ท ลายสก๊อตเก่า ๆ เชย ๆ &#8220;เชิญนั่งครับ&#8221; [...]<img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=duiduiplay.wordpress.com&amp;blog=4561391&amp;post=275&amp;subd=duiduiplay&amp;ref=&amp;feed=1" width="1" height="1" />]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>ต๊ะแห่งความสุข</p>
<p>เรื่องเล่าจากญี่ปุ่น</p>
<p>เรื่อง บะหมี่น้ำ หนึ่งชาม<br />
เรื่องนี้เกิดขึ้นเมื่อ 19 ปีที่แล้ว วันที่ 31 ธันวาคม 2528 ซึ่งเป็นวันส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่<br />
ที่ร้านบะหมี่ &#8221; ฮอกไก &#8221; บนถนนซัปโปโร<br />
การกินบะหมี่โซบะในคืนวันส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่นั้นเป็นประเพณีของชาวญี่ปุ่น ด้วยเหตุนี้เอง<br />
จึงทำให้ร้านบะหมี่ขายดีในวันสิ้นปี<br />
&#8220;ร้านฮอกไก&#8221; นี้ก็เช่นกัน ในวันนี้คนแน่นร้านแทบทั้งวัน จนกระทั่งถึงเวลา 22.00 น.<br />
คนก็เริ่มน้อยลง โดยปกติแล้ว บนถนนสายนี้คนจะแน่นขนัดไปจนถึงเช้าตรู่<br />
แต่วันนี้ทุกคนจะต้องรีบกลับบ้านเพื่อไปต้อนรับปีใหม่กัน ดังนั้นถนนสายนี้ จึงปิดร้านเร็วกว่าปกติ<br />
เถ้าแก่ของร้าน &#8220;ฮอกไก&#8221; เป็นคนซื่อ และเถ้าแก่เนี้ยก็เป็นคนอัธยาศัยใจคอดี<br />
ในคืนวันส่งท้ายปีเก่า พอลูกค้าคนสุดท้ายกลับไปในขณะเถ้าแก่เนี้ยก็จะปิดร้าน<br />
ประตูร้านก็ถูกเปิดออกอย่างเบา ๆ มีผู้หญิงคนหนึ่งพาเด็กชายสองคน คนหนึ่งประมาณ 6<br />
ขวบกับอีกคนหนึ่งประมาณ 10 ขวบเข้ามาในร้าน เด็กชายทั้งสองคน สวมชุดกีฬาใหม่เอี่ยมเหมือนกันทั้งสองคน<br />
ส่วนหญิงคนนั้นสวมโอเวอร์โค้ท ลายสก๊อตเก่า ๆ เชย ๆ<br />
&#8220;เชิญนั่งครับ&#8221; เถ้าแก่ร้องทักทายออกมา หญิงคนนั้นเอ่ยปากอย่างขลาดกลัวว่า<br />
&#8220;ขอบะหมี่น้ำสักชามได้ไหมค๊ะ&#8221; เด็กชายสองคนที่อยู่ข้างหลังสบตากันอย่างไม่ค่อยสบายใจนัก<br />
&#8220;ได้ค่ะ ได้ค่ะ ทำไมจะไม่ได้ล่ะค่ะ เชิญนั่งก่อนค่ะ&#8221;<br />
เถ้าแก่เนี้ยพาพวกเขาไปนั่งที่โต๊ะเบอร์สองชิดกำแพง แล้วตะโกนบอกไปทางห้องครัวว่า<br />
&#8220;บะหมี่น้ำหนึ่งชาม&#8221; บะหมี่ 1ชามมีบะหมี่แค่หนึ่งก้อน<br />
เถ้าแก่คิดแล้วก็ใส่บะหมี่เพิ่มไปอีกครึ่งก้อน ต้มบะหมี่ได้ชามเบ้อเริ่ม ทั้งเถ้าแก่เนี้ย<br />
และสามแม่ลูกต่างก็ไม่รู้เรื่อง สามแม่ลูกนั่งล้อมชามบะหมี่กินกันอย่างเอร็ดอร่อย กินพลางพูดพลาง<br />
&#8220;ทานเถอะครับ&#8221; ลูกคนพี่พูด<br />
&#8220;แม่ทานหน่อยสิครับ&#8221; ลูกคนน้องพูดไปก็คีบบะหมี่ให้แม่กิน<br />
ไม่นานก็กินบะหมี่หมดชาม จ่ายเงินไปหนึ่งร้อยห้าสิบเยน แล้วทั้งสามคนก็ชมว่า<br />
&#8220;ขอบคุณมากค่ะ(ครับ) บะหมี่อร่อยมากค่ะ(ครับ)&#8221; พร้อมกับค้อมตัวเล็กน้อยแล้วลาจากไป<br />
&#8220;ขอบคุณมากค่ะ(ครับ) สวัสดีปีใหม่ค่ะ(ครับ)&#8221; </p>
<p>ทั้งเถ้าแก่และเถ้าแก่เนี้ยต่างก็กล่าวขอบคุณ ทำงานไปวันแล้ววันเล่ายุ่งตั้งแต่เช้าจรดเย็น<br />
และแล้วก็ผ่านไปอีกหนึ่งปี<br />
วันที่ 31 ธันวาคมก็เวียนมาครบรอบอีกครั้งหนึ่ง ในวันส่งท้ายปีเก่า ร้านบะหมี่ &#8220;ฮอกไก&#8221;<br />
ก็ยังคงขายดีและดูเหมือนจะขายดีกว่าปีที่ผ่านมา สองตายายยังคงยุ่งวุ่นวายอยู่กับการค้าขาย<br />
และแล้ววันที่วุ่นวายก็จบสิ้นลง<br />
22.00 น. กว่า ๆ ในขณะที่เถ้าแก่เนี้ยกำลังจะปิดร้านอยู่นั้น ประตูร้านก็ถูกผลักออกเบา ๆ<br />
ผู้ที่เข้ามาก็คือหญิงวัยกลางคนกับเด็กชายสองคน พอเห็นเสื้อโอเวอร์โค้ทที่เก่าและเชย<br />
เถ้าแก่เนี้ยก็นึกขึ้นมาได้ว่าเป็นลูกค้าคนสุดท้ายในวันส่งท้ายปีเก่าของปีที่แล้วนั<br />
่นเอง<br />
&#8220;ขอบะหมี่น้ำหนึ่งชามได้มั๊ยคะ&#8221;<br />
&#8220;ได้ค่ะ ได้ค่ะ เชิญนั่งตามสบายนะคะ&#8221;<br />
เถ้าแก่เนี้ยนำพวกเขาไปนั่งที่เดิมที่เคยนั่งเมื่อปีที่แล้ว โต๊ะเบอร์สอง ตะโกนไปพลางว่า<br />
&#8220;บะหมี่น้ำหนึ่งชาม&#8221; เถ้าแก่รับคำพลาง<br />
จุดเตาที่เพิ่งจะดับไปพลาง &#8220;ได้ครับ บะหมี่น้ำหนึ่งชาม&#8221;<br />
เถ้าแก่เนี้ยแอบไปพูดที่ข้างหูของเถ้าแก่ว่า<br />
&#8220;นี่ตาแก่ ต้มบะหมี่ให้พวกเขาสามชามไม่ได้หรือ&#8221;<br />
&#8220;ไม่ได้ ถ้าทำแบบนั้นจะทำให้พวกเขาอายและไม่สบายใจได้รู้มั๊ย&#8221;<br />
สามีตอบพลาง แล้วโยนบะหมี่อีกครึ่งก้อนลงไปในหม้อที่น้ำกำลังเดือดพล่าน เดินไปยืนข้างภรรยาแล้วก็ยิ้ม<br />
ภรรยาก็พูดขึ้นว่า<br />
&#8220;เห็นเธอซื่อ ๆ ทึ่ม ๆ ไม่นึกเลยว่าจิตใจก็ดีเหมือนกันนะ&#8221;<br />
ฝ่ายสามีเดินไปตักบะหมี่ชามใหญ่ที่กลิ่นหอมชวนกินชามนั้นแล้วให้ภรรยายกไปให้สามแม่ล<br />
ูก<br />
สามแม่ลูกนั่งล้อมชามบะหมี่ กินไปพลางคุยไปพลาง เสียงคุยของสามแม่ลูกดังถึงหูของตายาย<br />
&#8220;หอมจังเลย…ยอดไปเลย…อร่อยจริง ๆ &#8220;<br />
&#8220;ปีนี้สามารถกินบะหมี่ของร้านฮอกไกได้ นับว่าไม่เลวทีเดียว&#8221;<br />
&#8220;ถ้าปีหน้าสามารถมากินได้อีกก็ดีนะสิ&#8221;<br />
กินเสร็จก็จ่ายเงินไปหนึ่งร้อยห้าสิบเยน แล้วสามแม่ลูกก็เดินออกจากร้านฮอกไกไป<br />
&#8220;ขอบคุณค่ะ(ครับ) สวัสดีปีใหม่ค่ะ(ครับ)&#8221; มองตามหลังสามแม่ลูกจนลับหายไป </p>
<p>สองตายายก็ยกเรื่องสามแม่ลูกมาพูดซ้ำแล้วซ้ำอีกไปได้ระยะหนึ่ง ในวันสิ้นปีของสามปีมานี้<br />
กิจการของร้านฮอกไกดีมาก<br />
สองตายายต่างก็ยุ่งจนไม่มีเวลาคุยกัน แต่พอเลย 21.00 น. ไปแล้ว สองตายายก็เริ่มกระวนกระวายใจขึ้นมา<br />
พอถึง 22.00 น.<br />
พนักงานในร้านต่างก็รับอั้งเปาแล้วก็แยกย้ายกันกลับไป<br />
พอคนกลับไปหมดแล้วเจ้าของร้านทั้งสองก็ช่วยกันเอาป้ายราคาบะหมี่ในร้านที่เขียนไว้ว่<br />
า<br />
&#8220;บะหมี่ชามละสองร้อยเยน&#8221; ที่แขวนไว้ตามผนังทั้งหมดพลิกกลับหลัง แล้วช่วยกันเขียนใหม่ว่า<br />
&#8220;บะหมี่ชามละร้อยห้าสิบเยน&#8221; 30 นาทีก่อนเถ้าแก่เนี้ยก็เอาป้าย &#8220;จองแล้ว&#8221;<br />
ไปวางไว้บนโต๊ะเบอร์สอง เหมือนกับว่าจะมีเจตนารอแขกที่ลูกค้าออกจากร้านไปหมดแล้วถึงจะมาอย่างนั้นแหละ<br />
22.30 น. ในที่สุดสามแม่ลูกก็ปรากฎตัวขึ้น พี่ชายสวมเครื่องแบบมัธยมของรัฐแห่งหนึ่ง<br />
น้องชายสวมเสื้อแจ๊คเก็ทที่พี่ชายสวมเมื่อปีก่อนดูหลวมและไม่พอดีตัว เด็กทั้งสองคนโตขึ้นมาก<br />
ส่วนผู้เป็นแม่ก็ยังคงสวมเสื้อโค้ทลายสก๊อตที่ทั้งเก่าและเชยแถมสีซีดตัวเดิม<br />
&#8220;เชิญค่ะ เชิญค่ะ&#8221;<br />
เถ้าแก่เนี้ยกล่าวทักทายอย่างมีน้ำใจ มองใบหน้าอันยิ้มแย้มและท่าทางต้อนรับอย่างเต็มที่ของเถ้าแก่เนี้ย<br />
ทำให้ผู้เป็นแม่นั้นเปล่งคำพูดออกมาอย่างงกงกเงิ่นเงิ่นว่า<br />
&#8220;รบกวนช่วยทำบะหมี่น้ำให้สักสองชามได้ไหมค่ะ&#8221;<br />
&#8220;ได้ค่ะ เชิญนั่งทางนี้ค่ะ&#8221;<br />
เถ้าแก่เนี้ยนำแม่ลูกไปนั่งยังโต๊ะเบอร์สอง<br />
แล้วรีบเอาป้าย&#8221;จองแล้ว&#8221;ออกเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น แล้วตะโกนบอกไปทางครัวว่า<br />
&#8220;บะหมี่น้ำสองชาม&#8221;<br />
&#8220;ได้ครับ บะหมี่น้ำสองชามได้เดี๋ยวนี้แหละครับ&#8221;<br />
เถ้าแก่พลางตอบ พลางโยนบะหมี่ลงไปในหม้อน้ำสามก้อน สามแม่ลูกกินไปพูดไป ดูแล้วเหมือนมีความสุขกันมาก<br />
สองสามีภรรยาที่ยืนอยู่หลังโต๊ะทำบะหมี่ได้รับรู้ถึงความสุขที่พวกเขาได้รับกัน ในใจก็พลอยเบิกบานไปด้วย</p>
<p>&#8220;ลูกรัก วันนี้แม่ต้องขอบคุณลูก ๆ เป็นอย่างมาก&#8221;<br />
&#8220;ขอบคุณ ?&#8221;<br />
&#8220;ทำไมครับ&#8221;<br />
&#8220;เรื่องป็นอย่างนี้ คือคุณพ่อของลูกที่ประสบอุบัติเหตุเสียชีวิตไปได้ทำให้คนอีกแปดคนได้รับบาดเจ็บ</p>
<p>และทางบริษัทประกันก็ไม่รับผิดชอบในส่วนนั้น<br />
ในช่วงหลายปีมานี่ทำให้เราต้องจ่ายเงินเดือนละห้าหมื่นเยนทุกเดือน&#8221;<br />
&#8220;เอ๊ะ เรื่องนี้เราก็ทราบกันอยู่แล้วนี่ครับ&#8221; ผู้เป็นพี่ตอบ<br />
ส่วนเถ้าแก่เนี้ยได้แต่ตั้งใจฟังอย่างเงียบ ๆ อยู่หลังโต๊ะทำอาหาร<br />
&#8220;แต่เดิมนั้นเเราต้องชำระหนี้ไปจนถึงปีหน้าเดือนมีนาคม แต่ตอนนี้เราได้ชำระหนี้ไปหมดแล้ว&#8221;<br />
&#8220;จริง ๆ หรือครับ แม่&#8221;<br />
&#8220;จริงสิจ๊ะ นี่เป็นเพราะว่าพี่ชายของลูกขยันไปส่งหนังสือพิมพ์<br />
ส่วนตัวลูกเองก็ช่วยแม่ซื้อกับข้าวทำอาหาร<br />
ทำให้แม่ไปทำงานได้อย่างเต็มที่ ทางบริษัทจึงได้ให้เงินเบี้ยขยันพร้อมทั้งเงินโบนัสพิเศษอื่นๆ อีก<br />
จึงทำให้วันนี้ สามารถชำระในส่วนที่เหลือได้หมด&#8221;<br />
&#8220;ว้าว แม่ครับ พี่ครับ อย่างนี้ก็วิเศษสิครับ<br />
แต่ว่าต่อไปขอให้ผมได้ช่วยทำอาหารต่อไปเถอะนะครับ&#8221;<br />
&#8220;ผมก็จะส่งหนังสือพิมพ์ต่อนะครับ ไอ้น้องชาย เราต้องร่วมแรงร่วมใจกันสู้หน่อยแล้วนะ&#8221;<br />
&#8220;ขอบใจลูกทั้งสองมาก ขอบใจจริง ๆ &#8220;<br />
&#8220;แม่ครับผมกับน้องก็มีความลับจะบอกกับแม่เหมือนกันครับ<br />
คือในวันอาทิตย์วันหนึ่งของเดือนพฤศจิกายนโรงเรียนของน้อง<br />
ได้แจ้งให้ผู้ปกครองไปเยี่ยมชมนักเรียนในห้องเรียนในวันพบผู้ปกครอง<br />
คุณครูของน้องยังได้แนบจดหมายมาอีกหนึ่งฉบับว่า<br />
เรียงความของน้องได้ถูกคัดเลือกให้เป็นตัวแทนของฮอกไกโด เพื่อไปแข่งขันเรียงความทั่วประเทศ<br />
นี่ผมได้ยินมาจากเพื่อน ๆ<br />
ของน้องนะครับผมถึงทราบ ดังนั้นในวันนั้นผมจึงไปเป็นตัวแทนแม่ ไปร่วมในงานวันพบผู้ปกครองของน้อง&#8221;<br />
&#8220;จริงหรือลูก แล้วต่อมาล่ะ&#8221;<br />
&#8220;หัวข้อที่คุณครูให้เรียงความคือ ความปรารถนาของข้าพเจ้า<br />
น้องได้เอาเรื่องของบะหมี่น้ำหนึ่งชามมาเขียนเป็นเรียงความ<br />
แล้วยังได้อ่านต่อหน้าทุกคนด้วย&#8221;<br />
&#8220;เรียงความเขียนว่า…หลังจากที่คุณพ่อประสบอุบัติเหตุทางรถยนต์แล้ว ได้ทิ้งหนี้สินให้เรามากมาย<br />
เพื่อที่จะชำระหนี้ คุณแม่ต้องทำงานดึกดื่นหามรุ่งหามค่ำทุกวัน<br />
แม้แต่เรื่องของผมที่ต้องไปส่งหนังสือพิมพ์ น้องก็ยังเอาไปเขียนเลย…&#8221;<br />
&#8220;ยังมีอีก น้องยังเขียนถึงในคืนวันที่ 31 ธันวาคม พวกเราสามคนแม่ลูกได้มาล้อมวงกันกินบะหมี่น้ำ<br />
อร่อยมาก…สามคนกินบะหมี่น้ำแค่ชามเดียว คุณตาคุณยายเจ้าของร้านยังกล่าวขอบคุณพวกเราอีก<br />
แล้วยังอวยพรวันปีใหม่ให้พวกเราอีก<br />
เสียงเหล่านั้นเหมือนกับว่าให้กำลังใจให้เข้มแข็งที่จะยืนหยัดมีชีวิตอยู่ต่อไป<br />
พยายามปลดเปลื้องหนี้สินทั้งหลายของคุณพ่อให้หมดให้เร็วที่สุด…&#8221;<br />
&#8220;ด้วยเหตุนี้น้องจึงได้ตัดสินใจว่าโตขึ้นน้องจะเปิดกิจการร้านบะหมี่<br />
แล้วจะต้องเป็นเจ้าของร้านบะหมี่ยอดเยี่ยมอันดับหนึ่งของญี่ปุ่นอีกด้วย<br />
แล้วยังจะให้กำลังใจแก่ลูกค้าทุกคน…ขอให้มีความสุขครับ…ขอบคุณครับ…&#8221; </p>
<p>สองตายายเจ้าของร้านบะหมี่ที่ยืนฟังอยู่หลังโต๊ะทำบะหมี่จู่ ๆ ก็หายตัวไป<br />
พวกเขาไม่ได้หายไปไหนเลยเพียงแต่คุกเข่ากันอยู่ใต้โต๊ะ ในมือถือปลายผ้าขนหนูกันคนละข้าง<br />
พยายามซับน้ำตาที่ไหลไม่ยอมหยุดเหมือนทำนบพังนั้นอย่างไม่ลดละ<br />
&#8220;พอน้องอ่านเรียงความจบ คุณครูก็พูดว่า &#8220;วันนี้พี่ชายได้มาเป็นตัวแทนของคุณแม่<br />
ดังนั้นขอเชิญพี่ชายขึ้นมากล่าวอะไรสักหน่อยค่ะ &#8220;<br />
&#8220;จริงหรือลูก แล้วลูกทำอย่างไรล่ะ&#8221;<br />
&#8220;ก็มันกระทันหันเกินไป ตอนแรก ๆ ก็ไม่รู้ว่าจะพูดอะไรดี<br />
ผมจึงพูดว่า…ขอบคุณทุกคนที่เอาใจใส่น้องผมเป็นอย่างดี<br />
น้องผมต้องไปจ่ายตลาดซื้อกับข้าวกลับมาหุงหาอาหารทุกวัน ดังนั้นในเวลาที่เพื่อน ๆ<br />
ทุกคนมีกิจกรรมกันในตอนเย็นก็มักจะ<br />
อยู่ร่วมกิจกรรมต่าง ๆ ไม่ได้เพราะต้องรีบกลับบ้าน<br />
เมื่อเป็นอย่างนี้คงจะทำให้ทุกคนวุ่นวายกันพอสมควร&#8221;<br />
&#8220;เมื่อครู่นี้ตอนที่ได้ยินน้องอ่านเรียงความเรื่องบะหมี่น้ำหนึ่งชาม ผมรู้สึกอายมาก<br />
แต่พอได้เห็นน้องยืดอกอ่านเรียงความเรื่องบะหมี่น้ำหนึ่งชามด้วยเสียงอันดังจนจบ ถึงได้รู้สึกว่า<br />
ความรู้สึกอายเมื่อสักครู่นี้ถึงจะเรียกว่าเป็นความอายจริง ๆ &#8220;<br />
&#8220;หลายปีมานี้ ความกล้าของคุณแม่ที่จะสั่งบะหมี่น้ำหนึ่งชามเพื่อกินกันสามคนนั้น<br />
ผมกับน้องจะไม่มีวันลืมเป็นอันขาด ผมและน้องจะต้องขยันและดูแลแม่เป็นอย่างดี<br />
และผมขอฝากน้องของผมให้ทุกคนช่วยดูแลด้วยครับ&#8221; </p>
<p>สามแม่ลูกกุมมือกันเงียบ ๆ ตบไหล่ กินบะหมี่หมดอย่างมีความสุขกว่าทุก ๆ ปี<br />
จ่ายเงินไปสามร้อยเยนกล่าวขอบคุณค้อมตัวลงเคารพและเดินออกจากร้านไป<br />
มองตามหลังสามแม่ลูกไป เจ้าของร้านจึงได้รู้สึกว่าปีนี้ได้ผ่านไปแล้วจริง ๆ พร้อมกับกล่าวว่า<br />
&#8220;ขอบคุณค่ะ(ครับ) สวัสดีปีใหม่ค่ะ(ครับ)&#8221; </p>
<p>และแล้วก็ผ่านไปอีกปีหนึ่ง พอถึงเวลา 21.00<br />
น.ทางร้านฮอกไกก็วางป้าย&#8221;โต๊ะจอง&#8221;ไว้บนโต๊ะเบอร์สองและเฝ้ารอคอย<br />
การมาเยือนของสามแม่ลูกเช่นเคย แต่ในปีนั้นสามคนแม่ลูกไม่ได้มาปรากฏตัวที่ร้านเลย </p>
<p>ปีที่สอง ปีที่สาม โต๊ะเบอร์สองก็ยังคงว่างอยู่เช่นเดิม สามแม่ลูกไม่ได้มาที่ร้านฮอกไกอีกเลย<br />
กิจการของร้านฮอกไกดีมาก เรียกว่าดีวันดีคืนเลยทีเดียว ภายในร้านมีการตกแต่งใหม่<br />
โต๊ะเก้าอี้ก็มีการเปลี่ยนใหม่ จะมีก็แต่โต๊ะเบอร์สองที่เก็บรักษาไว้เหมือนเดิม<br />
&#8220;นี่มันเรื่องอะไรกัน&#8221; ลูกค้าหลายคนต่างก็ถามด้วยความกังขา<br />
เถ้าแก่เนี้ยก็เลยเล่าเรื่องบะหมี่หนึ่งชามให้แก่ลูกค้าฟัง<br />
โต๊ะเก่าตัวนั้นวางอยู่กลางร้านเหมือนกับว่าเป็นการให้กำลังใจตัวเองอย่างหนึ่ง<br />
และก้อไม่แน่ว่าวันใดวันหนึ่งลูกค้าทั้งสามอาจจะกลับมาอีก<br />
พวกเขาหวังว่าจะใช้โต๊ะเก่าตัวนั้นในการต้อนรับลูกค้าทั้งสามของเขา<br />
โต๊ะเบอร์สองตัวนั้นเปลี่ยนเป็นชื่อว่า &#8220;โต๊ะแห่งความสุข&#8221;<br />
ลูกค้าต่างก็พูดต่อๆ กันไป มีนักเรียนหลายคนอยากเห็นโต๊ะตัวนี้<br />
ถึงขนาดที่ว่านั่งรถมาจากที่ไกลแสนไกลมากินบะหมี่ และเจาะจงที่จะนั่งโต๊ะตัวนี้ </p>
<p>ผ่านวันที่ 31 ธันวาคม ไปอีกหลาย ๆ ปี พอถึงวันสิ้นปีหลังจากปิดร้านแล้ว<br />
เจ้าของร้านค้าในระแวกใกล้เคียงร้านฮอกไก ก็มักจะมารวมตัวฉลองโดยการกินบะหมี่ที่ร้านฮอกไก<br />
กินไปพลางก็รอเสียงระฆังส่งท้ายวันสิ้นปีเก่าไปพลาง แล้วทุกคนก็ไปวัดเพื่อไหว้พระด้วยกัน<br />
เป็นธรรมเนียมมา 5-6 ปีแล้ว ในวันนี้พอเลย 21.30 น. ไปแล้ว<br />
เจ้าของร้านขายปลามาถึงก่อนพร้อมทั้งนำซาซิมิมาด้วย ต่อจากนั้นก็มีคนมาเรื่อยๆ เป็นระยะ<br />
บ้างก็เอาเหล้ามา บ้างก็เอาอาหารกับแกล้มมา ปกติแล้วก็จะรวมตัวกันได้ประมาณ 30-40 คน ต่างก็คึกคักกันมาก<br />
ทุกคนที่มานั้นต่างก็รู้ตำนานเกี่ยวกับโต๊ะเบอร์สอง </p>
<p>ทุกคนก็พยายามไม่เอ่ยถึงมันแต่ในใจต่างก็คิดกันว่า วันน ี้&#8221;โต๊ะจอง&#8221;<br />
ตัวนั้นไม่มีคนที่พวกเขาเฝ้ารอมานั่ง มันคงจะว่างเปล่าเพื่อส่งท้ายปีเก่าอีกเช่นเดิม<br />
พวกเขาบ้างก็กินเหล้า บ้างก็กินบะหมี่ บ้างก็เข้า ๆ ออก ๆ พอเตรียมกับข้าวกับแกล้ม<br />
ต่างก็กินกันไปคุยกันไป พูดเรื่องการค้าบ้าง คุยเรื่องโน้นเรื่องนี้ แม้แต่น้ำทะเลขึ้นลง<br />
ในระยะนี้บ้านไหนมีเด็กเกิดใหม่ ก็นำมาพูดคุยในวงสนทนา คุยมันทุก ๆ เรื่อง<br />
จนเหมือนกับว่าเป็นครอบครัวเดียวกัน </p>
<p>เวลาผ่านไปจนถึง 22.30 น. ทันใดนั้นเองประตูร้านก็ถูกผลักออกเบา ๆ ทุกคนในร้านหยุดพูดคุยกัน<br />
สายตาทุกคู่มองตรงไปยังประตูร้าน </p>
<p>ชายหนุ่มสองคนยืนสง่าในชุดสูทสากล พาดโอเวอร์โค้ทไว้บนแขน<br />
พอเห็นว่าผู้ที่มาเป็นใครทุกคนก็รู้สึกว่าบรรยากาศเริ่มผ่อนคลายลง และเริ่มสนทนากันต่อไปอย่างคึกคัก<br />
ในขณะที่เถ้าแก่เนี้ยกำลังจะพูดว่า &#8220;ขอโทษค่ะ ที่นั่งเต็มหมดแล้วค่ะ&#8221;<br />
เพื่อปฏิเสธลูกค้าที่ไม่ได้รับเชิญอยู่นั้น<br />
ก็มีหญิงคนหนึ่งสวมชุดกิโมโนเดินเข้ามายืนระหว่างกลางของชายหนุ่มทั้งสองคน<br />
ทุกคนในร้านแทบจะหยุดหายใจเมื่อได้ยินคุณนายผู้นั้นพูดว่า<br />
&#8220;เอ้อ…รบกวน…รบกวนช่วยทำบะหมี่ให้สามชามได้ไหมคะ&#8221;<br />
ทันทีที่เถ้าแก่เนี้ยได้ยินสีหน้าก็เปลี่ยนไปทันที แม้เวลาผ่านไปสิบกว่าปีแล้ว<br />
ภาพของสามแม่ลูกในความทรงจำ<br />
กับภาพของสามแม่ลูกตรงหน้า เธอพยายามจะนำทั้งสองภาพมาวางซ้อนกัน เถ้าแก่ที่ยืนตะลึงอยู่ที่โต๊ะทำบะหมี่<br />
ชี้นิ้วไปยังทั้งสามแม่ลูก &#8220;พวกคุณ .. พวกคุณ&#8221; เขาพูดได้เพียงแค่นั้น คำพูดทุกคำจุกอยู่ที่คอ<br />
ชายหนุ่มหนึ่งในสองคนเห็นท่าทีของเถ้าแก่เนี้ยที่ทำอะไรไม่ถูก ก็เลยพูดกับเถ้าแก่เนี้ยว่า<br />
&#8220;พวกเราสามคนแม่ลูก ที่เมื่อสิบสี่ปีก่อนในวันส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่<br />
มาสั่งบะหมี่น้ำหนึ่งชามทานกันสามคนไงครับ<br />
และพวกเราก็ได้รับกำลังใจจากบะหมี่น้ำชามนั้น พวกเราจึงได้สามารถยืนหยัดมาถึงวันนี้ได้&#8221;<br />
&#8220;หลังจากนั้นก็อพยพครอบครัวไปอาศัยอยู่กับยายที่อำเภอชิกะ ปีนี้ผมสอบผ่านได้เป็นนายแพทย์แล้ว<br />
ตอนนี้ผมเป็นแพทย์ฝึกหัดแผนกกุมารเวชที่โรงพยาบาลเกียวโต<br />
ปีหน้าเดือนเมษายนก็จะย้ายมาประจำโรงพยาบาลกลางของซัปโปโรแล้ว&#8221;<br />
&#8220;วันนี้พวกเราก็เลยแวะมาที่โรงพยาบาลเพื่อทำความรู้จักและฝากเนื้อฝากตัว<br />
แล้วเลยไปไหว้สุสานของคุณพ่อ และน้องชายที่ครั้งหนึ่งเคยใฝ่ฝันว่าจะเป็นเจ้าของกิจการร้านบะหมี่นั้น<br />
ขณะนี้ได้ทำงานในธนาคารเกียวโต ได้เสนอความคิดที่เลิศเลออย่างหนึ่งก็คือ ปีนี้ในวันส่งท้ายปีเก่า<br />
พวกเราสามคนแม่ลูกจะมาเยี่ยมคารวะเจ้าของร้านบะหมี่ฮอกไกที่ซัปโปโร<br />
และทานบะหมี่น้ำสามชามของร้านฮอกไกด้วย&#8221; </p>
<p>สองตายายฟังไปพลาง พยักหน้าไปพลางด้วยน้ำตาคลอเบ้า เถ้าแก่ร้านขายผักที่นั่งอยู่ตรงหน้าประตู<br />
พยายามใช้แรงอย่างเต็มที่ที่จะกลืนบะหมี่คำที่คาอยู่ในปากลงไปในคอ แล้วลุกขึ้นยืนพูดว่า<br />
&#8220;อ้าว…เถ้าแก่… เป็นอะไรไปล่ะ อุตส่าห์เตรียมการมาตลอดสิบปีเพื่อเฝ้าคอยวันนี้ &#8220;โต๊ะจอง&#8221;<br />
ตัวนั้นไงที่พวกเถ้าแก่จองให้ลูกค้าที่จะมาตอนหลังสิบโมงของคืนวันสิ้นปีไง รีบๆ ต้อนรับพวกเขาสิ<br />
เร็วเข้า&#8221; </p>
<p>ในที่สุดเถ้าแก่เนี้ยก็ได้สติ ตบไหล่ของเถ้าแก่ร้านขายผัก แล้วพูดว่า<br />
&#8220;ยินดีต้อนรับค่ะ…เชิญนั่งข้างในค่ะ…นี่ตาเฒ่า…บะหมี่น้ำสามชามโต๊ะสอง&#8221;<br />
เถ้าแก่ที่ยืนตะลึงอยู่ก็รีบปาดน้ำตาแล้วรับคำว่า<br />
&#8220;ครับ..บะหมี่น้ำสามชาม&#8221; </p>
<p>หากดูกันตามจริงแล้ว สิ่งที่เถ้าแก่ร้านบะหมี่ทั้งสองได้ให้ไปมันไม่ได้มีค่ามากมายอะไรเลย<br />
มันเป็นแค่เพียงบะหมี่ไม่กี่ก้อน<br />
คำพูดที่จริงใจและให้กำลังใจเพียงไม่กี่คำ รวมทั้งคำอวยพรว่า &#8220;ขอบคุณค่ะ(ครับ)<br />
สวัสดีปีใหม่ค่ะ(ครับ)&#8221;ก็เท่านั้นเอง </p>
<p>แต่มันกลับให้ผู้ที่ถูกความจริงอันโหดร้ายบีบให้จมอยู่ในสถานการณ์คับขับได้สามารถกล<br />
ับมามีชีวิตอีกครั้ง </p>
<p>เรื่องนี้สอนให้เรารู้ว่า &#8212; </p>
<p>อย่าพยายามมองข้ามตัวเอง </p>
<p>ตัวเราเองสามารถมีอิทธิพลต่อสิ่งแวดล้อมให้น่าอยู่ได้ </p>
<p>บางทีมันอาจจะเป็นแค่เพียงความใส่ใจความห่วงใยอันจริงใจ<br />
ของคุณเพียงเล็กน้อยเท่านั้น </p>
<p>ก็สามารถนำพาเอาแสงสว่างอันเจิดจรัสอย่างไม่มีขีดจำกัดมาสู่โลกได้ </p>
<p>ด้วยเหตุนี้ความหวังความใฝ่ฝันที่แรงกล้าของพวกเรา …<br />
เพื่อนพ้องทั้งหลาย … </p>
<p>อย่ามัวเห็นแก่ตัวกันหรือเสียดายมันอยู่เลย<br />
หวังว่านับแต่บัดนี้เป็นต้นไป </p>
<p>พวกเราจะสามารถมอบหัวใจแห่งความรักและความเมตตาที่เราอัดเก็บ<br />
ไว้ในใจมาเป็นเวลานานแสนนานนั้นมอบให้กับคนอื่นด้วยความเต็มใจ<br />
จุดประกายแห่งความสว่างแก่โลก …. </p>
<p>ถึงแม้จะเป็นแสงเพียงริบหรี่เท่านั้น </p>
<p>แต่สำหรับคืนอันหนาวเหน็บอันเย็นยะเยือกของฤดูหนาว </p>
<p>มันเป็นประกายแห่งความอบอุ่นและแสงสว่างอันสุกสกาวจริงๆ </p>
<p>เรื่องนี้ตอนที่เกิดขึ้นที่ญี่ปุ่น </p>
<p>ทำให้คนญี่ปุ่นรู้สึกประทับใจมานับไม่ถ้วนแล้ว<br />
ดังนั้นจึงมีคนพูดกันว่า </p>
<p>&#8220;ใครที่อ่านนิทานเรื่องแล้ว<br />
ไม่มีใครเลยที่จะไม่หลั่งน้ำตาให้&#8221; </p>
<p>ถึงแม้คำพูดนี้ออกจะเกินจริงไปบ้าง </p>
<p>แต่ก็มีคนจำนวนมากที่ได้อ่านนิทานเรื่องนี้แล้ว<br />
รู้สึกประทับใจจริง ๆ </p>
<p>จนน้ำตาร่วง และน้ำตาที่ร่วงรินเหล่านั้น<br />
มันไม่ใช่น้ำตาจากความรันทดใจ </p>
<p>แต่เป็นน้ำตาที่หลั่งให้แก่ความประทับใจต่อความห่วงใยอย่างจริงใจ </p>
<p>และน้ำใจไมตรีอันกว้างขวางที่มอบให้แก่เพื่อนมนุษย์ด้วยกัน</p>
<br />  <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gocomments/duiduiplay.wordpress.com/275/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/comments/duiduiplay.wordpress.com/275/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/godelicious/duiduiplay.wordpress.com/275/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/delicious/duiduiplay.wordpress.com/275/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gofacebook/duiduiplay.wordpress.com/275/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/facebook/duiduiplay.wordpress.com/275/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gotwitter/duiduiplay.wordpress.com/275/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/twitter/duiduiplay.wordpress.com/275/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gostumble/duiduiplay.wordpress.com/275/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/stumble/duiduiplay.wordpress.com/275/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/godigg/duiduiplay.wordpress.com/275/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/digg/duiduiplay.wordpress.com/275/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/goreddit/duiduiplay.wordpress.com/275/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/reddit/duiduiplay.wordpress.com/275/" /></a> <img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=duiduiplay.wordpress.com&amp;blog=4561391&amp;post=275&amp;subd=duiduiplay&amp;ref=&amp;feed=1" width="1" height="1" />]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://duiduiplay.wordpress.com/2009/12/25/%e0%b8%84%e0%b8%b1%e0%b8%94%e0%b8%a5%e0%b8%ad%e0%b8%81%e0%b8%a1%e0%b8%b2-%e0%b9%80%e0%b8%a3%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%87-%e0%b9%82%e0%b8%95%e0%b9%8a%e0%b8%b0%e0%b9%81%e0%b8%ab%e0%b9%88%e0%b8%87/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
	
		<media:content url="http://0.gravatar.com/avatar/ea4a34a9e3bb98326aa877f6af59a979?s=96&#38;d=identicon&#38;r=G" medium="image">
			<media:title type="html">duiduiplay</media:title>
		</media:content>
	</item>
		<item>
		<title>dadaสอน</title>
		<link>http://duiduiplay.wordpress.com/2009/08/21/dada%e0%b8%aa%e0%b8%ad%e0%b8%99/</link>
		<comments>http://duiduiplay.wordpress.com/2009/08/21/dada%e0%b8%aa%e0%b8%ad%e0%b8%99/#comments</comments>
		<pubDate>Fri, 21 Aug 2009 16:19:23 +0000</pubDate>
		<dc:creator>duiduiplay</dc:creator>
				<category><![CDATA[Uncategorized]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://duiduiplay.wordpress.com/?p=265</guid>
		<description><![CDATA[ฉันเพิ่งอะไรได้บางอย่าง อย่างบังเอิญเรื่องลูก  ดาด้า เด็กวัยขวบเก้าเดือน ด้วยความไร้เดียงสาของเธอ ดาด้าก็มักจะมีประโยคหรือคำ หรือบางทีก็พูดตอบโต้กับเรา มีความหมายหรือไม่มีความหมายบ้าง แต่ มานั่งนึกดู ดาด้ากำลังเอาความเดียงสาของเธอมาสอนเราอยู๋ ลองดูนะ เช่น ดาด้าลูกเป็นเด็กดีที่หนึ่ง เธอก็จะตอบเรามาว่าที่สอง เธอต้องการเป็นที่สองมากกว่า มีธรรมะบางอย่างแฝงอยู่ ที่หนึ่งใช่สำคัญเสมอไป การยอมเข้าเส้นชัยเป็นที่สองเพื่อให้ความรู้สึกของการชนะยิ่งใหญ่กว่า อีกอัน ดาด้าหนูเป็นเด็กดี ไม่เด็กดื้อ  เด็กสวย ไม่เอาด้า ไม่สวย  ด้าเด็กหญิง ไม่ด้าผู้ชาย นี้ใหม่ ไม่ เก่า หรือบางทีเร ียกตัวเองว่าแม่ แม่ เธอพยายามทำให้เราเห็นว่าโลกนี้มีสองอย่างเสมอ เราไม่ควรตระหนักว่าเราจะเป็น หรือควรเป็น หรือวางใจในสิ่งเดียวแบบมองโลกด้านเดียว ย่อมไม่ดี อีกอย่าง ตลอดเวลาที่ดาด้าเล่นอยู่ ด้าจะถามคนรอบข้างที่เธอเห็นตอนนั้นเสมอว่า ทำไร คนนี้ทำไร คนนั้นทำไร ถ้าคนที่เล่นกับดาด้าอยู่นาน นาน จะโดนถามตลอดหลายหนว่าทำไร ทำไร มันทำให้เราสำนึกอยู่ตลอดว่าเราทำอะไรอยู่ ไม่ว่าทั้งหมดจะเป็นเรื่องบังเอิญหรือคิดไปเอง แต่ความไร้เดียงสาของเด็กบางทีก็บอกอะไร หรือสอนให้เราได้นึกอะไรบางอย่างได้ เหมือนกัน<img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=duiduiplay.wordpress.com&amp;blog=4561391&amp;post=265&amp;subd=duiduiplay&amp;ref=&amp;feed=1" width="1" height="1" />]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>ฉันเพิ่งอะไรได้บางอย่าง อย่างบังเอิญเรื่องลูก </p>
<p>ดาด้า เด็กวัยขวบเก้าเดือน ด้วยความไร้เดียงสาของเธอ</p>
<p>ดาด้าก็มักจะมีประโยคหรือคำ หรือบางทีก็พูดตอบโต้กับเรา</p>
<p>มีความหมายหรือไม่มีความหมายบ้าง แต่</p>
<p>มานั่งนึกดู ดาด้ากำลังเอาความเดียงสาของเธอมาสอนเราอยู๋</p>
<p>ลองดูนะ เช่น ดาด้าลูกเป็นเด็กดีที่หนึ่ง เธอก็จะตอบเรามาว่าที่สอง</p>
<p>เธอต้องการเป็นที่สองมากกว่า มีธรรมะบางอย่างแฝงอยู่</p>
<p>ที่หนึ่งใช่สำคัญเสมอไป การยอมเข้าเส้นชัยเป็นที่สองเพื่อให้ความรู้สึกของการชนะยิ่งใหญ่กว่า</p>
<p>อีกอัน ดาด้าหนูเป็นเด็กดี ไม่เด็กดื้อ  เด็กสวย ไม่เอาด้า ไม่สวย  ด้าเด็กหญิง ไม่ด้าผู้ชาย</p>
<p>นี้ใหม่ ไม่ เก่า หรือบางทีเร ียกตัวเองว่าแม่ แม่</p>
<p>เธอพยายามทำให้เราเห็นว่าโลกนี้มีสองอย่างเสมอ เราไม่ควรตระหนักว่าเราจะเป็น หรือควรเป็น หรือวางใจในสิ่งเดียวแบบมองโลกด้านเดียว ย่อมไม่ดี</p>
<p>อีกอย่าง ตลอดเวลาที่ดาด้าเล่นอยู่ ด้าจะถามคนรอบข้างที่เธอเห็นตอนนั้นเสมอว่า ทำไร</p>
<p>คนนี้ทำไร คนนั้นทำไร ถ้าคนที่เล่นกับดาด้าอยู่นาน นาน จะโดนถามตลอดหลายหนว่าทำไร ทำไร มันทำให้เราสำนึกอยู่ตลอดว่าเราทำอะไรอยู่</p>
<p>ไม่ว่าทั้งหมดจะเป็นเรื่องบังเอิญหรือคิดไปเอง แต่ความไร้เดียงสาของเด็กบางทีก็บอกอะไร หรือสอนให้เราได้นึกอะไรบางอย่างได้ เหมือนกัน</p>
<br />  <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gocomments/duiduiplay.wordpress.com/265/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/comments/duiduiplay.wordpress.com/265/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/godelicious/duiduiplay.wordpress.com/265/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/delicious/duiduiplay.wordpress.com/265/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gofacebook/duiduiplay.wordpress.com/265/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/facebook/duiduiplay.wordpress.com/265/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gotwitter/duiduiplay.wordpress.com/265/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/twitter/duiduiplay.wordpress.com/265/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gostumble/duiduiplay.wordpress.com/265/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/stumble/duiduiplay.wordpress.com/265/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/godigg/duiduiplay.wordpress.com/265/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/digg/duiduiplay.wordpress.com/265/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/goreddit/duiduiplay.wordpress.com/265/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/reddit/duiduiplay.wordpress.com/265/" /></a> <img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=duiduiplay.wordpress.com&amp;blog=4561391&amp;post=265&amp;subd=duiduiplay&amp;ref=&amp;feed=1" width="1" height="1" />]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://duiduiplay.wordpress.com/2009/08/21/dada%e0%b8%aa%e0%b8%ad%e0%b8%99/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
	
		<media:content url="http://0.gravatar.com/avatar/ea4a34a9e3bb98326aa877f6af59a979?s=96&#38;d=identicon&#38;r=G" medium="image">
			<media:title type="html">duiduiplay</media:title>
		</media:content>
	</item>
		<item>
		<title>ลูกทุ่ง</title>
		<link>http://duiduiplay.wordpress.com/2009/02/13/%e0%b8%a5%e0%b8%b9%e0%b8%81%e0%b8%97%e0%b8%b8%e0%b9%88%e0%b8%87/</link>
		<comments>http://duiduiplay.wordpress.com/2009/02/13/%e0%b8%a5%e0%b8%b9%e0%b8%81%e0%b8%97%e0%b8%b8%e0%b9%88%e0%b8%87/#comments</comments>
		<pubDate>Fri, 13 Feb 2009 10:12:33 +0000</pubDate>
		<dc:creator>duiduiplay</dc:creator>
				<category><![CDATA[Uncategorized]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://duiduiplay.wordpress.com/2009/02/13/%e0%b8%a5%e0%b8%b9%e0%b8%81%e0%b8%97%e0%b8%b8%e0%b9%88%e0%b8%87/</guid>
		<description><![CDATA[ถูกกั๊กให้เป็นกิ๊ก วิวาห์หน้าใหญ่ ฉันเหงาอย่าเหมาว่าฉันง่าย รักเหียวกระเจียวป่ง กอดเสาเฮือนเดือนหมั้น นายร้อยหน้าลิฟท์ ซอกเบิ่งหัวใจ แจ่มจริงแม่คุณ นาคสั่งสีกา รักสาวปากกืก เจ้าบ่าวในข่าวลือ เปลืองใจเพราะสายตา มือถือในมือเขา คิดฮอดให้กอดหมอน ขอเป็นอะไหล่รัก กุ๊ดจี่พเนจร อยู่สู้ความช้ำ กอดขวดน้ำเปล่า เกิบขาด ชุดดำสปายแดง บุญคุณเอวลอย เบ็คแฮมอีสาน แปดสองหนคนสองใจ ศาลาแดงแห่งความหลัง ได๋ ด๋ำ เดียก จ๊อดสุดยอด เช็กเกิ้ลแฮนด์แฟนหาย เต้ยสาวไดโว่ น้องดาวรองเท้าตึก น้ำตาแมงหวี่ ชอบรักจิงใจ แต่ไม่จิงจัง แยกทางเพราะห่างเหิน อื้อฮือ..สะดือจ๊าบ<img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=duiduiplay.wordpress.com&amp;blog=4561391&amp;post=256&amp;subd=duiduiplay&amp;ref=&amp;feed=1" width="1" height="1" />]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>ถูกกั๊กให้เป็นกิ๊ก<br />
วิวาห์หน้าใหญ่<br />
ฉันเหงาอย่าเหมาว่าฉันง่าย<br />
	รักเหียวกระเจียวป่ง<br />
	กอดเสาเฮือนเดือนหมั้น<br />
นายร้อยหน้าลิฟท์<br />
ซอกเบิ่งหัวใจ<br />
แจ่มจริงแม่คุณ<br />
นาคสั่งสีกา<br />
รักสาวปากกืก<br />
	เจ้าบ่าวในข่าวลือ<br />
เปลืองใจเพราะสายตา<br />
มือถือในมือเขา<br />
คิดฮอดให้กอดหมอน<br />
ขอเป็นอะไหล่รัก<br />
กุ๊ดจี่พเนจร<br />
อยู่สู้ความช้ำ<br />
กอดขวดน้ำเปล่า<br />
เกิบขาด<br />
ชุดดำสปายแดง<br />
บุญคุณเอวลอย<br />
เบ็คแฮมอีสาน<br />
แปดสองหนคนสองใจ<br />
ศาลาแดงแห่งความหลัง<br />
ได๋ ด๋ำ เดียก<br />
	จ๊อดสุดยอด<br />
เช็กเกิ้ลแฮนด์แฟนหาย<br />
เต้ยสาวไดโว่<br />
น้องดาวรองเท้าตึก<br />
น้ำตาแมงหวี่<br />
ชอบรักจิงใจ แต่ไม่จิงจัง<br />
แยกทางเพราะห่างเหิน<br />
	อื้อฮือ..สะดือจ๊าบ</p>
<br />  <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gocomments/duiduiplay.wordpress.com/256/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/comments/duiduiplay.wordpress.com/256/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/godelicious/duiduiplay.wordpress.com/256/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/delicious/duiduiplay.wordpress.com/256/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gofacebook/duiduiplay.wordpress.com/256/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/facebook/duiduiplay.wordpress.com/256/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gotwitter/duiduiplay.wordpress.com/256/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/twitter/duiduiplay.wordpress.com/256/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gostumble/duiduiplay.wordpress.com/256/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/stumble/duiduiplay.wordpress.com/256/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/godigg/duiduiplay.wordpress.com/256/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/digg/duiduiplay.wordpress.com/256/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/goreddit/duiduiplay.wordpress.com/256/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/reddit/duiduiplay.wordpress.com/256/" /></a> <img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=duiduiplay.wordpress.com&amp;blog=4561391&amp;post=256&amp;subd=duiduiplay&amp;ref=&amp;feed=1" width="1" height="1" />]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://duiduiplay.wordpress.com/2009/02/13/%e0%b8%a5%e0%b8%b9%e0%b8%81%e0%b8%97%e0%b8%b8%e0%b9%88%e0%b8%87/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
	
		<media:content url="http://0.gravatar.com/avatar/ea4a34a9e3bb98326aa877f6af59a979?s=96&#38;d=identicon&#38;r=G" medium="image">
			<media:title type="html">duiduiplay</media:title>
		</media:content>
	</item>
		<item>
		<title>อย่ามองเวลาที่เหลือให้มองเวลาที่ใช้ไปแล้ว</title>
		<link>http://duiduiplay.wordpress.com/2009/01/27/%e0%b8%ad%e0%b8%a2%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%a7%e0%b8%a5%e0%b8%b2%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b9%80%e0%b8%ab%e0%b8%a5%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b9%83%e0%b8%ab%e0%b9%89/</link>
		<comments>http://duiduiplay.wordpress.com/2009/01/27/%e0%b8%ad%e0%b8%a2%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%a7%e0%b8%a5%e0%b8%b2%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b9%80%e0%b8%ab%e0%b8%a5%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b9%83%e0%b8%ab%e0%b9%89/#comments</comments>
		<pubDate>Tue, 27 Jan 2009 18:33:43 +0000</pubDate>
		<dc:creator>duiduiplay</dc:creator>
				<category><![CDATA[Uncategorized]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://duiduiplay.wordpress.com/?p=249</guid>
		<description><![CDATA[   นานวันเข้าเราก็เริ่มคิดว่าตัวเองแก่ลง และเริ่มเรียนรู้ในสิ่งที่เราเป็นอยู่  เช่น  สำหรับคนที่ชอบผลัดวันประกันพรุ่งอย่างเรา อยู่อยู่ก็นึกถึงเรื่องเวลาขึ้นมา  เพราะเราชอบนึกว่าเวลามีเยอะ ยังเหลือเวลาอีก เดี๋ยวค่อยทำมันก็ได้ เช่นเหลืออีกตั้งเป็นอาทิตย์ ถ้าผ่านอาทิตย์ไปก็ยังเหลืออีกเป็นวัน ผ่านวันมาก็ยังเหลืออีกเป็นชั่วโมง แล้วเราก็เรียนรู้ว่าเราต้องรีบอีกแล้ว ต่างจากถ้าเราคิดว่าเวลานี้กำลังจะเสียไปเป็นชั่วโมงแล้ว เป็นวันแล้ว  และมันกำลังจะผ่านวัน  ไปเป็นอาทิตย์แล้วยังไม่เกิดประโยชน์ไดขึ้น ในการได้ทำในสิ่งที่คิดเลย น่าจะทำให้เราเริ่มเรียนรู้ค่าของเวลามากขึ้น ทุกวินาทีในปัจจุบันมันกำลังจะกลายเป็นอดีตในอีกวินาทีข้างหน้า  เราก็จะเริ่มสนุกกับการแข่งขันกับกฏที่ธรรมชาติสร้างไว้ให้ เราจะลุกขึ้นมาพร้อมความขยันขันแข็ง ตื่นแต่เช้า เราอาจได้ใส่บาตร เราอาจได้เริ่มลงมือทำสิ่งที่เราคิดมาตั้งนานซะที สิ่งที่เราคิดแล้ว แค่รอเวลาเหมาะสมแล้วค่อยทำ เวลานาทีนี้แหละมั้งที่เหมาะแล้ว เวลาที่เป็นปัจจุบันนี่เอง เราคงจะไม่มีข้อโต้แย้งกับสิ่งที่อยู่ตรงหน้าเราเพราะเรารู้ว่าการสะสางงานให้เสร็จเร็วย่อมทำให้เราเหลือเวลาให้ตัวเองมากขึ้นเป็็นการออมทรัพย์เวลาไว้ในกระปุก หรืออย่างตอนที่เรารู้สึกเครียดเราก็จะคิดได้ว่า  นี้เราเครียดมาเป็นชั่วโมงแล้ว เวลาแห่งความสุขของเรากำลังเสียสมดุลย์ให้ความทุกข์แล้ว โดยการถ่ายเทของเวลา ทำให้เราน่าจะคิดได้เองว่า เราควรเครียดแค่นี้พอ หรือควรเศร้าแค่นี้พอเสียดายเวลาเหลือเกิน  เราฟุ่มเฟื่อยให้กับอารมณ์หมองหมองพวกนี้ไม่ได้ และถ้าจะให้ต่อยอดความคิดเรื่องการอย่ามองเวลาที่เหลือให้มองเวลาที่ใช้ไปแล้วนี้  สำหรับผมน่าจะได้อีกมากมาย  กระนั้นก็เลยคิดว่าไม่อยากให้มากความเปลืองเวลาเปล่าปลี้  สู้พรุ่งนี้รีบตื่นและใช้เวลาที่กำลังจะเสียอย่างรู้คุณค่าดีกว่า ทั้งกับตัวเองและก็คนอื่นด้วย  ปล ของยิ่งเก่ามักมีค่าราคาเพราะมันได้สะสมเวลาเอาไว้ แสดงว่าเวลามีค่าไม่ใช่สิ่งที่เป็นนามธรรมซินะ<img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=duiduiplay.wordpress.com&amp;blog=4561391&amp;post=249&amp;subd=duiduiplay&amp;ref=&amp;feed=1" width="1" height="1" />]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>   นานวันเข้าเราก็เริ่มคิดว่าตัวเองแก่ลง และเริ่มเรียนรู้ในสิ่งที่เราเป็นอยู่  เช่น  สำหรับคนที่ชอบผลัดวันประกันพรุ่งอย่างเรา อยู่อยู่ก็นึกถึงเรื่องเวลาขึ้นมา  เพราะเราชอบนึกว่าเวลามีเยอะ ยังเหลือเวลาอีก เดี๋ยวค่อยทำมันก็ได้ เช่นเหลืออีกตั้งเป็นอาทิตย์ ถ้าผ่านอาทิตย์ไปก็ยังเหลืออีกเป็นวัน ผ่านวันมาก็ยังเหลืออีกเป็นชั่วโมง แล้วเราก็เรียนรู้ว่าเราต้องรีบอีกแล้ว ต่างจากถ้าเราคิดว่าเวลานี้กำลังจะเสียไปเป็นชั่วโมงแล้ว เป็นวันแล้ว  และมันกำลังจะผ่านวัน  ไปเป็นอาทิตย์แล้วยังไม่เกิดประโยชน์ไดขึ้น ในการได้ทำในสิ่งที่คิดเลย น่าจะทำให้เราเริ่มเรียนรู้ค่าของเวลามากขึ้น ทุกวินาทีในปัจจุบันมันกำลังจะกลายเป็นอดีตในอีกวินาทีข้างหน้า  เราก็จะเริ่มสนุกกับการแข่งขันกับกฏที่ธรรมชาติสร้างไว้ให้ เราจะลุกขึ้นมาพร้อมความขยันขันแข็ง ตื่นแต่เช้า เราอาจได้ใส่บาตร เราอาจได้เริ่มลงมือทำสิ่งที่เราคิดมาตั้งนานซะที สิ่งที่เราคิดแล้ว แค่รอเวลาเหมาะสมแล้วค่อยทำ เวลานาทีนี้แหละมั้งที่เหมาะแล้ว เวลาที่เป็นปัจจุบันนี่เอง เราคงจะไม่มีข้อโต้แย้งกับสิ่งที่อยู่ตรงหน้าเราเพราะเรารู้ว่าการสะสางงานให้เสร็จเร็วย่อมทำให้เราเหลือเวลาให้ตัวเองมากขึ้นเป็็นการออมทรัพย์เวลาไว้ในกระปุก หรืออย่างตอนที่เรารู้สึกเครียดเราก็จะคิดได้ว่า  นี้เราเครียดมาเป็นชั่วโมงแล้ว เวลาแห่งความสุขของเรากำลังเสียสมดุลย์ให้ความทุกข์แล้ว โดยการถ่ายเทของเวลา ทำให้เราน่าจะคิดได้เองว่า เราควรเครียดแค่นี้พอ หรือควรเศร้าแค่นี้พอเสียดายเวลาเหลือเกิน  เราฟุ่มเฟื่อยให้กับอารมณ์หมองหมองพวกนี้ไม่ได้ และถ้าจะให้ต่อยอดความคิดเรื่องการอย่ามองเวลาที่เหลือให้มองเวลาที่ใช้ไปแล้วนี้  สำหรับผมน่าจะได้อีกมากมาย  กระนั้นก็เลยคิดว่าไม่อยากให้มากความเปลืองเวลาเปล่าปลี้  สู้พรุ่งนี้รีบตื่นและใช้เวลาที่กำลังจะเสียอย่างรู้คุณค่าดีกว่า ทั้งกับตัวเองและก็คนอื่นด้วย</p>
<p> ปล ของยิ่งเก่ามักมีค่าราคาเพราะมันได้สะสมเวลาเอาไว้ แสดงว่าเวลามีค่าไม่ใช่สิ่งที่เป็นนามธรรมซินะ</p>
<br />  <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gocomments/duiduiplay.wordpress.com/249/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/comments/duiduiplay.wordpress.com/249/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/godelicious/duiduiplay.wordpress.com/249/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/delicious/duiduiplay.wordpress.com/249/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gofacebook/duiduiplay.wordpress.com/249/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/facebook/duiduiplay.wordpress.com/249/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gotwitter/duiduiplay.wordpress.com/249/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/twitter/duiduiplay.wordpress.com/249/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gostumble/duiduiplay.wordpress.com/249/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/stumble/duiduiplay.wordpress.com/249/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/godigg/duiduiplay.wordpress.com/249/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/digg/duiduiplay.wordpress.com/249/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/goreddit/duiduiplay.wordpress.com/249/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/reddit/duiduiplay.wordpress.com/249/" /></a> <img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=duiduiplay.wordpress.com&amp;blog=4561391&amp;post=249&amp;subd=duiduiplay&amp;ref=&amp;feed=1" width="1" height="1" />]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://duiduiplay.wordpress.com/2009/01/27/%e0%b8%ad%e0%b8%a2%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%a7%e0%b8%a5%e0%b8%b2%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b9%80%e0%b8%ab%e0%b8%a5%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b9%83%e0%b8%ab%e0%b9%89/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
	
		<media:content url="http://0.gravatar.com/avatar/ea4a34a9e3bb98326aa877f6af59a979?s=96&#38;d=identicon&#38;r=G" medium="image">
			<media:title type="html">duiduiplay</media:title>
		</media:content>
	</item>
		<item>
		<title>เราเหลือที่ให้ความไม่คาดคิดไหม</title>
		<link>http://duiduiplay.wordpress.com/2009/01/21/%e0%b9%80%e0%b8%a3%e0%b8%b2%e0%b9%80%e0%b8%ab%e0%b8%a5%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b9%83%e0%b8%ab%e0%b9%89%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b9%84%e0%b8%a1%e0%b9%88%e0%b8%84/</link>
		<comments>http://duiduiplay.wordpress.com/2009/01/21/%e0%b9%80%e0%b8%a3%e0%b8%b2%e0%b9%80%e0%b8%ab%e0%b8%a5%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b9%83%e0%b8%ab%e0%b9%89%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b9%84%e0%b8%a1%e0%b9%88%e0%b8%84/#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 21 Jan 2009 09:47:40 +0000</pubDate>
		<dc:creator>duiduiplay</dc:creator>
				<category><![CDATA[Uncategorized]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://duiduiplay.wordpress.com/?p=221</guid>
		<description><![CDATA[   ถ้าเราเจอเรื่องที่ไม่คาดฝันว่าจะเจอในชีวืต อะไรจะเป็นสิ่งที่ทำให้เราไม่ต้องล้มตึงลงกับพื้นไปต่อหน้าต่อตา ผมเคยพยายามสังเกตุพฤติกรรมของคนที่ตกอยู่ในอาการช็อคว่า มีกี่อาการและเป็นประเภทไหนบ้าง ถ้าเป็นแอคในละครหน่อย ก็ต้อง มือสองข้างปิดปากตาโต นำ้ในตาสั่นเครือ , มือจับหน้าอกซ้ายตรงหัวใจราวกับจะหัวใจวาย ตัวสั่นถอยไปข้างหลังและล้มตัวลง , กรี๊ด!ตัวสั่นสองมือกำแน่นแนบลำตัว ตาโต หมดสติ , มือหนึ่งจับปากอีกมือชี้ไปข้างหน้า กึ่งตกใจกึ่งจะหมดสติ เดี๋ยวหันมองเดี๋ยวหลบหน้าเพราะไม่เชื่อว่าเรื่องตรงหน้าเป็นเรื่องจริง , ตาโตลัมลงสั่นแบบแข็งแข็งเหมือนตั้งโหมดสั่นในมือถือ , ตะโกนเรียกชื่อสิ่งที่ตกใจสุดเสียงล้มพับไป , มองค้างก้มลงที่พื้นฟุบหน้ามือสองข้างทุบพื้น พูด ไม่จริง มันไม่จริง , มองแข็งแข็งตาโต มีญาติประคองก่อนแล้วล้มลง , ร้องให้ญาติประคองแล้วค่อยทรุดตัวลง ท่าทางของแต่ละอันขึ้นอยู่กับเหตุการณ์ที่เจอ ผัวกกเมียน้อย เข้าบ้านมาเมียมีชู้ พ่อตาย ลูกติดคุก มรดกที่คาดไว้ไม่ได้ รู้ว่าตัวเองเป็นลูกคนใช้กับคนสวนแต่ถูกสลับตัวแต่เด็ก     แล้วเราเคยคิดไหมว่าเวลาที่เราเจอกับเหตุการณ์แบบนี้จริงในชีวืตเราเองจะตกอยู่ในสภาพไหน เราจะใช้ท่าไหนเป็น refในการแสดงออก เราเคยคิดไหมว่าในทุกขณะของเราเนี้ยเต็มอยู่ไปด้วยความไม่คาดคิด ไม่คาดหวัง เราพร้อมและเตรียมตัวดีแค่่ไหน ถ้าเราเหลือที่ให้ความไม่คาดคิดบ้าง โดยไม่กลายเป็นคนมองโลกในแง่ร้าย ว่าชีวิตต้องพบปะและเจอกับความบัดซบ นานาประการเพียงกระนั้นเหรอ เราก็ตองกลายเป็นนักระวังความทุกข์ในทุกเวลาของเรา ระวังอย่างไรหละ ณ. [...]<img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=duiduiplay.wordpress.com&amp;blog=4561391&amp;post=221&amp;subd=duiduiplay&amp;ref=&amp;feed=1" width="1" height="1" />]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>   ถ้าเราเจอเรื่องที่ไม่คาดฝันว่าจะเจอในชีวืต อะไรจะเป็นสิ่งที่ทำให้เราไม่ต้องล้มตึงลงกับพื้นไปต่อหน้าต่อตา ผมเคยพยายามสังเกตุพฤติกรรมของคนที่ตกอยู่ในอาการช็อคว่า มีกี่อาการและเป็นประเภทไหนบ้าง ถ้าเป็นแอคในละครหน่อย ก็ต้อง มือสองข้างปิดปากตาโต นำ้ในตาสั่นเครือ , มือจับหน้าอกซ้ายตรงหัวใจราวกับจะหัวใจวาย ตัวสั่นถอยไปข้างหลังและล้มตัวลง , กรี๊ด!ตัวสั่นสองมือกำแน่นแนบลำตัว ตาโต หมดสติ , มือหนึ่งจับปากอีกมือชี้ไปข้างหน้า กึ่งตกใจกึ่งจะหมดสติ เดี๋ยวหันมองเดี๋ยวหลบหน้าเพราะไม่เชื่อว่าเรื่องตรงหน้าเป็นเรื่องจริง , ตาโตลัมลงสั่นแบบแข็งแข็งเหมือนตั้งโหมดสั่นในมือถือ , ตะโกนเรียกชื่อสิ่งที่ตกใจสุดเสียงล้มพับไป , มองค้างก้มลงที่พื้นฟุบหน้ามือสองข้างทุบพื้น พูด ไม่จริง มันไม่จริง , มองแข็งแข็งตาโต มีญาติประคองก่อนแล้วล้มลง , ร้องให้ญาติประคองแล้วค่อยทรุดตัวลง ท่าทางของแต่ละอันขึ้นอยู่กับเหตุการณ์ที่เจอ ผัวกกเมียน้อย เข้าบ้านมาเมียมีชู้ พ่อตาย ลูกติดคุก มรดกที่คาดไว้ไม่ได้ รู้ว่าตัวเองเป็นลูกคนใช้กับคนสวนแต่ถูกสลับตัวแต่เด็ก</p>
<p>    แล้วเราเคยคิดไหมว่าเวลาที่เราเจอกับเหตุการณ์แบบนี้จริงในชีวืตเราเองจะตกอยู่ในสภาพไหน เราจะใช้ท่าไหนเป็น refในการแสดงออก เราเคยคิดไหมว่าในทุกขณะของเราเนี้ยเต็มอยู่ไปด้วยความไม่คาดคิด ไม่คาดหวัง เราพร้อมและเตรียมตัวดีแค่่ไหน ถ้าเราเหลือที่ให้ความไม่คาดคิดบ้าง โดยไม่กลายเป็นคนมองโลกในแง่ร้าย ว่าชีวิตต้องพบปะและเจอกับความบัดซบ นานาประการเพียงกระนั้นเหรอ เราก็ตองกลายเป็นนักระวังความทุกข์ในทุกเวลาของเรา ระวังอย่างไรหละ ณ. ตอนนี้ที่คิดออกก็คือเราต้องอยู่กับปัจจุบันให้มากกระมัง เพราะความไม่คาดคิดมักมาอย่างฉุกละหุุกและไม่ตั้งตัวแต่หลังจากนั้น ภาพอดีตและอนาคตก็จะเข้าเกาะกัดกินในใจเราไม่รู้วาย เหมือนโยนชิ้นเนื้อให้หมาป่าที่หิวโซ อดีตจะทำหน้าที่กระหนำ่ความรู้สึกใส่เราเหมือนแส้ที่โบยตี อนาคตจะเหมือนเตียงหนามที่เราต้องทนทรมานปานจะตาย ผมเริ่มเรียนรู้ว่า การอยู่กับปัจจุบันช่วยเราได้ อยู่กับตัวเราตรึกตรองวินาที่ที่เกิดขึ้นและดับไปในขณะนี้ มองให้เห็นเท้าที่ยืนว่านี้คือปัจจุบัน เมือไม่กี่วินาทีที่แล้วน่าจะกลายเป็นอดีต ปัจจุบันเรายังคงยืนอยู่ที่นี้ เวลา วินาทีนี้ เราจะไม่มุ่งหน้าไปอนาคตที่มาไม่ถึง เราจะไม่ย้อนไปเวลาในอดีตที่ไม่อาจกลับมา ปัจจุบันคือปัจจุบัน  บางทีวิธีนี้อาจทำให้เราออกจากสิ่งที่ไม่คาดคิดตรงหน้าได้ชั่วอึดใจเพื่อเรียกสติกลับมา ว่าเราต้องดำรงอยู่ได้ต่อไป จบ แบบปัจจุบัน </p>
<p>   และสุดท้ายคิดว่าถ้าเรามีที่ให้กับความสมหวังและคาดหวัง เราก็น่าจะเพื่อที่แก่ความไม่คาดคิดบ้าง เราจะได้ยืนบนความสมดุลของชีวิต</p>
<br />  <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gocomments/duiduiplay.wordpress.com/221/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/comments/duiduiplay.wordpress.com/221/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/godelicious/duiduiplay.wordpress.com/221/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/delicious/duiduiplay.wordpress.com/221/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gofacebook/duiduiplay.wordpress.com/221/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/facebook/duiduiplay.wordpress.com/221/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gotwitter/duiduiplay.wordpress.com/221/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/twitter/duiduiplay.wordpress.com/221/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gostumble/duiduiplay.wordpress.com/221/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/stumble/duiduiplay.wordpress.com/221/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/godigg/duiduiplay.wordpress.com/221/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/digg/duiduiplay.wordpress.com/221/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/goreddit/duiduiplay.wordpress.com/221/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/reddit/duiduiplay.wordpress.com/221/" /></a> <img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=duiduiplay.wordpress.com&amp;blog=4561391&amp;post=221&amp;subd=duiduiplay&amp;ref=&amp;feed=1" width="1" height="1" />]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://duiduiplay.wordpress.com/2009/01/21/%e0%b9%80%e0%b8%a3%e0%b8%b2%e0%b9%80%e0%b8%ab%e0%b8%a5%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b9%83%e0%b8%ab%e0%b9%89%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b9%84%e0%b8%a1%e0%b9%88%e0%b8%84/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
	
		<media:content url="http://0.gravatar.com/avatar/ea4a34a9e3bb98326aa877f6af59a979?s=96&#38;d=identicon&#38;r=G" medium="image">
			<media:title type="html">duiduiplay</media:title>
		</media:content>
	</item>
	</channel>
</rss>
