คำถามที่มักเจอกันบ่อยช่วงนี้ ทั้งถามมาตอบไป ถามไปตอบมา ก็หนีไม่พ้นเรื่องการเปลียนแปลงต่างต่างที่เกิดขึ้น มันจะเป็นอย่างไร ส่งผลกระทบอะไรบ้าง เราจะไปในทิศทางไหน แล้วต้องทำอย่างไร ปีหน้าจะดีไหม…. คำถามทำหน้าที่ในการเคลื่อนไปข้างหน้าตลอดเวลา แล้วใครจะไปตามทันหรือตอบคำถามเหล่านั้นได้ หมอดู นักวิจารณ์ นักวิชาการ นักสังคมศาสตร์ ครู หมอ พ่อ แม่ หรือตัวเรา แต่สิ่งหนึ่งที่ต้องเกิดแน่แน่คือ เมื่อวันพรุ่งนี้มาถึง เวลาหมุนของมันไปอย่างนี้ การเปลียนแปลงย่อมเกิดได้ตลอดเวลา แล้วทำไมเราต้องกลัวการเปลียนแปลงนั้นเล่า ในเมื่อทุกวินาที ก็เปลียน ลมหายใจเข้าออก ก็มีการเปลี่ยนแปลงออกซิเจนในร่างกาย เลือดเรา ระบบขับถ่าย อนุมูลอิสระ ผมร่วง ผิวลอก…..
หรือหตุหลักหลักน่าจะมาจาก เมื่อเราเริ่มรู้สึกกลัว กลัวในความไม่เสถียรของชีวิต ในยามที่ต้องการการปรับตัว แต่ถ้าเราลองค้นดูดีดี เมื่อตอนเด็กที่เราต้องเปลียนโรงเรียนเพื่อนใหม่อาจดูแปลกหน้าแต่เวลาก็ทำให้กลายเป็นเพื่อนสนิท ลมร้อนทำให้เราไม่ต้องใส่เสื้อหนาทำให้เราอยากปลูกต้นไม้ ลมหนาวทำให้เราต้องสร้างสัมพันธ์อันอบอุ่นกับคนที่เรารู้สึกพิเศษ สายฝนทำให้เราฟังเพลงเพราะขึ้น มองคนที่ติดฝนด้วยกันที่ป้ายรถเมล์อย่างสังเกตุ เศรษฐกิจไม่ดีทำให้เราต้องคัดของไม่จำเป็นออกจากชีวิตเหลือแต่สิ่งที่เราต้องการจริงจริง โดนไล่ออกก็ได้เลิกบ่นเรื่องงานที่ทำอยู่เสียทีมองหาสิ่งที่เราทำมันได้ดีและชอบมากกว่า ดูไปการเปลียนแปลงมีข้อดีอยู่ไม่น้อย เพีียงแค่เราจะเปลียนตัวเองได้หรือเปล่า นักวิทยาศาสตร์คิดทฤษฎีที่เปลียนโลก เราก็ค้นคิดทฤษฎีที่เปลียนแปลงตัวเองให้เข้ากับโลก ในยามที่เศรษฐกิจตกตำ่ปี 40 เราพบว่าคนตกงานจำนวนมากวันนั้นทุกคนน่าจะมีแต่ความทุกข์ แต่เราก็พบว่าที่สวนจตุจักรมีร้านรวงมากมาย เปิดกันให้พรึ่บมีของทำมือน่ารัก จากไม้เก่า สิ่งประดิษฐ์จากมือวางขายทั้งสวยและไม่แพง เราพบว่าเจ้าของกิจการมาขายข้าวแกง คนรวยกลายเป็นอดีตแค่เคยรวย อะไรที่มันอยู่นอกเหนือความต้องการของธรรมชาตินี่เวลามีวิกฤตการณ์อะไรขึ้นมามักไปก่อนเสมอ ราวกับธรรมชาติทวงคืนและสั่งสอนว่ามนุษย์เอ๋ยจงอยู่กับสิ่งที่เจ้าพึงมีแต่แรก คลื่นยักษ์ซัดบังกะโลระเกระกะ สิ่งก่อสร้างที่ไม่ใช่ธรรมชาติหายไปจากหาด มนุษย์ขึ้นไปอยู่บนยอดมะพร้าวรอดตาย นักท่องเทียวที่อยู่ในห้องพักสุดหรูต้องหายไปกับคลื่น มีอะไรอธิบายสิ่งที่เกิดขึ้นนี้ได้อย่างตรงไปตรง เรารู้เพียงว่าเราเปลียนธรรมชาติไม่ได้ เพราะธรรมชาติก็จะเปลียนเรากลับไปที่เดิมเอง ในวันที่เราต้องเจอความเปลียนแปลงเค้ามาในขีวิตบ้าง เราเริ่มมองเห็นปรากฎการณ์ทางธรรมชาติเป็นสิ่งเตือนใจ ว่าธรรมชาตืของเราเป็นอย่างไรและเราเองใช้ชีวิตอย่างไร กระเป๋าเดินทางที่หนักอึ้งมีเสื้อผ้ากี่ชิ้นกันที่เราต้องใช้ เราเสียเวลาในการเปลียนชุดในตอนเช้าไปมากเท่าไหร่ เราเรียนรู้อะไรบ้างในการเปลี่ยนแปลงแต่ละครั้ง ผมว่ามันเหมือนคลื่นกระทบฝั่งที่ซัดเอารอยเท้าในทรายหายไป เพราะว่ารอยเท้าไม่ได้เกิดขึ้นตามธรรมชาติ มนุษย์ยำ้ลงไปและธรรมชาติก็รักความสะอาดพอที่จะเช็ดทุกรอยเท้าบนหาดทราย การเขียนอะไรอย่างนี้ก็คงเป็นแค่การตั้งข้อสังเกตุกับชีวิตและลองหาคำตอบไปในเวลาเดียวกัน ได้บ้างไม่ได้บ้าง แต่ก็ดีกว่าไม่คิดเสียเลย คำตอบของข้อความนี้คือเราน่าจะรับมือกับความเปลียนแปลงต่างต่างได้ด้วยแค่เราต้องอยู่กับธรรมชาติของชีวิตให้ได้ เราก็ไม่ต้องกลัวความเปลียนแปลงเพราะความเปลียนแปลงไม่สามารถทำลายธรรมชาติและสัญชาติญาณของมนุษย์ได้